แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012" ทีมชาติไทย ผลงานเยี่ยมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ลุ้นคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012" ทีมชาติไทย ผลงานเยี่ยมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ลุ้นคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี:



ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012" ทีมชาติไทย ผลงานเยี่ยมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ลุ้นคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี

ทีมฟุตบอลไทย ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้เป็นทีมแรกในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน “เอเอฟเอ ซูซูกิ คัพ 2012” ทำให้สื่อมวลชนทั่วอาเซียน ต่างพากันยกย่องผลงานการเล่นของไทยว่ามีดีพอที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ฟุตบอลถ้วยอาเซียนได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี แน่นอน พร้อมทั้งยกย่อง "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทย ว่าเป็นผู้เล่นที่มีความครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในระดับเอเชีย ทั้งความเร็ว และเรื่องของการหาจังหวะการจบสกอร์ที่เฉียบคม จึงกลายเป็นเต็งหนึ่งในการคว้ารางวัลผู้ยิงประตูสูงสุดในรายการนี้
ซึ่งผู้เล่นชุดนี้ หวังสู้เต็มที่ในทุกนัดที่ลงสนามเพื่อหวังเรียกศรัทธาแฟนบอลชาวไทยคืน
ทั้งนี้ทีมไทยเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มเอ. ทำให้ถูกวางโปรแกรมให้ลงแข่งรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ในบ้านตัวเอง ที่สนามศุภชลาศัย
ขณะที่ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้จัดการทีมชาติไทย ประกาศอัดฉีดหาก ไทย ชนะแต่ละนัด ผู้เล่นและทีมงาน รวม 40 คน จะได้รับทองคำหนัก 1 บาท ต่อคน ซึ่งหากทีมชาติไทยคว้าแชมป์ได้สำเร็จด้วยการชนะ 7 นัดรวด จะได้รับทองคำอัดฉีดรวมกว่า 280 บาท คิดเป็นเงินรวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 7,112,000 บาท
ฟุตบอลนักเรียนอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-8 ธันวาคมนี้ ที่สนามศุภชลาศัย และสนามเทพหัสดิน โดยแบ่งการแข่งขันเป็น สายเอ. ประกอบด้วย อินโดนีเซีย แชมป์เก่า, บรูไน, จีน และสายบี. ไทย รองแชมป์เก่า ,มาเลเซีย ,ศรีลังกา และ มาเก๊า สำหรับนัดเปิดสนาม ทีมไทย พบ มาเลเซีย วันที่ 3 ธันวาคมนี้ เวลา 18.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย
หลังจากที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดประมูลสิขสิทธิ์ต่ออีก 3 ฤดูกาลทั่วโลก ในปี 2013-16 และปรากฏว่า บริษัท เคเบิล ไทยโฮลดิ้ง จำกัด หรือ ซีทีเอช คือผู้ชนะการประมูลของประเทศไทย ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 202 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 9 พัน 7 ร้อยล้านบาท เป็นมูลค่ามากกว่า ทรู วิชั่นส์ เจ้าของสัญญาเดิม ถึง 432 เปอร์เซ็น โดยครั้งที่แล้ว ทรู วิชั่นส์ ใช้เงินในการประมูลอยู่ที่ 38 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ การประมูลสิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ครั้งล่าสุดของ ซีทีเอช ยังถือว่ามีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นเปอร์เซ็นมากที่สุด เป็นรองแค่ พม่า ที่ยอมจ่าย 25 ล้านปอนด์ จากสัญญาเดิม 2 แสนปอนด์ ส่งให้ พม่า มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าเดิมถึง 12,400 เปอร์เซ็น ขณะเดียวกัน ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น เวียดนาม, อินเดีย และมาเลเซีย ก็มีตัวเลขการประมูลที่สูงกว่าเดิมจนน่าตกใจ เช่นเดียวกัน
เช ยอง ซอก ประธานเทคนิคสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติ สั่งห้าม 3 ผู้เล่นชุดโอลิมปิกลอนดอนเกมส์ 2012 ประกอบด้วย ชนาธิป ซ้อนขำ เหรียญทองแดง "ลอนดอนเกมส์" ,รังสิญา นิสัมยสม อดีตแชมป์โลกปี 2011 และ เป็นเอก การะเกตุ อดีตแชมป์เอเชีย ลงทำการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 "เชียงใหม่เกมส์" ระหว่างวันที่ 9-19 ธันวาคมนี้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เพราะต้องการเปิดโอกาสให้กับนักกีฬาดาวรุ่ง ได้มีเวทีแจ้งเกิดบ้าง ส่วนนักกีฬาคนอื่นก็ปล่อยให้พิสูจน์ผลงานความสามารถตามปรกติ เพื่อสิทธิ์การเข้ามาสู่แคมป์ทีมชาติต่อไปในปีหน้า

ผู้สื่อข่าว : โสพิศ ทุยเวียง / สวท. โสพิศ ทุยเวียง / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทีมฟุตบอลเวียดนาม ยอมรับเป็นรองทีมไทย แต่มั่นใจเก็บชัยชนะได้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้

ทีมฟุตบอลเวียดนาม ยอมรับเป็นรองทีมไทย แต่มั่นใจเก็บชัยชนะได้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้:



เริ่มที่ความเคลื่อนไหวฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย อีกสักครู่เวลาประมาณ 20.20 น. ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า แม้ทีมไทย ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแล้ว แต่เกมนี้จะเล่นเต็มที่เพื่อชัยชนะ เน้นเหมือนเกมที่เจอกับฟิลิปปินส์ และพม่า โดยมีเงื่อนไขผู้เล่นติดโทษแบนและมีใบเหลือง อีกทั้งมีอาการบาดเจ็บ แต่ไม่กังวล เพราะมีผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ ด้าน โง เล บาง ผู้จัดการทีมชาติไทย ยอมรับทีมไทย เป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน แต่จำเป็นต้องเปิดเกมรุกเต็มที่ มั่นใจลูกทีมจะเก็บชัยชนะได้
ทีมการท่าเรือไทย เอฟซี ที่เพิ่งหล่นไปเล่นในดิวิชั่น 1 ล่าสุดเตรียมยื่นหนังสือจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล ต่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่เป็น “สโมสรฟุตบอลสิงห์ท่าเรือ” ใช้เป็นชื่อแข่งขันของทีมในการแข่งขันดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในสัปดาห์หน้า โดยมี ดุสิต เฉลิมแสน ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนของทีมแน่นอนแล้ว
ขณะที่ นายสมชาย ชวยบุญชุม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเจนิฟู้ด สมุทรสงคราม ยังไม่รู้อนาคตของตัวเองว่าจะได้ทำทีมต่อไปหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ของทีมขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องผู้สนับสนุนรายใหม่ รวมทั้งปัญหาการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันไทยลีกในฤดูกาลหน้าด้วย พร้อมประกาศจุดยืน จะให้เวลาทางสโมสรเจนิฟู้ด สมุทรสงคราม จนถึงต้นเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น หากยังไม่คืบหน้า ขอลาออกจากทีม เพราะที่ผ่านมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับทีม แต่เมื่อไม่มีความชัดเจน ก็ต้องตัดสินใจ เพื่ออนาคตของตัวเอง
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้ฝึกสอนเชลซี เตรียมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด ลงสนามแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเปิดฉากในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคมนี้ เพื่อลุ้นเป็นทีมที่ 2 จากเกาะอังกฤษ ในการครองแชมป์ทัวร์นาเมนต์นี้ นำโดย จอห์น เทอร์รี , แฟรงค์ แลมพาร์ และ แอชลีย์ โคล 3 ผู้เล่นมากประสบการณ์ แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยจะรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อุลซาน ฮุนได แชมป์ทวีปเอเชีย หรือ มอนเทอร์รีย์ แชมป์ทวีปอเมริกาเหนือ ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคมนี้
ส่วนการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเพชรบุรี ติดตามจากคุณเมธี ฉิมจิ๋ว
การแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์สมัครเล่นโลก หรือ ไอบีเอสเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2012 ที่ประเทศบัลแกเรีย ในประเภทชาย ที่มีตั๋วอาชีพโลกเป็นเดิมพัน ในรอบน็อคเอาท์ 64 คนสุดท้าย ประมวล จันทร์ทัด หรือ “แมน เมืองสมุทร” เจ้าของแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด เอาชนะ เจมส์ มิฟซุด มือ 33 จากออสเตรเลีย 4-2 เฟรม ผ่านเข้าไปเจอกับ ฮาบิบ ซูบาห์ จากบาห์เรน มือวางอันดับ 1 ที่ทำสถิติดีที่สุดในรอบแรก ด้าน นพพล แสงคำ หรือ “หมู ปากน้ำ” มือวางอันดับ 4 ออกคิวเอาชนะ ปิแอร์ จอร์แดน วัย 45 ปี จากแอฟริกาใต้ 4-1 เฟรม เข้ารอบไปเจองานหนัก เกเร็ธ อัลเลน จากเวลส์
โมรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสมัครเล่นหญิงของไทยวัย 18 ปี ผลงานยอดเยี่ยมทำเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ 66 สองวัน 10 อันเดอร์พาร์ 134 ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว ทิ้งห่างอันดับ 2 เลเซ่ย์ แอกนิว นักกอล์ฟเจ้าถิ่น 3 สโตรค และอันดับ 3 เป็นของอดีตนักกอล์ฟแอลพีจีเอทัวร์ คริสติน่า คิม ที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 139 ในการแข่งขันรอบคัดเลือก เพื่อเข้าร่วมกอล์ฟ แอลพีจีเอทัวร์ฤดูกาล 2013 สนามที่ 3 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายในรอบที่สอง ที่ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ส่วน พัชรจุฑา คงกระพันธ์ ทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 จากการทำ 6 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ รวมสองวัน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 23 ร่วม ที่สกอร์สแควร์พาร์ 144


ผู้สื่อข่าว : วินิดา สุขกาย(2) / สวท. วินิดา สุขกาย(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

ทีมชาติไทย พร้อมลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ทีมชาติไทย พร้อมลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012:



ความเคลื่อนไหวฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย คืนนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนี้จะเล่นเต็มที่เพื่อชัยชนะ เน้นเหมือนเกมที่เจอกับฟิลิปปินส์ และพม่า แม้มีเงื่อนไขผู้เล่นติดโทษแบนและมีใบเหลือง อีกทั้งมีอาการบาดเจ็บ แต่มีผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ ด้าน โง เล บาง ผู้จัดการทีมชาติไทย ยอมรับทีมไทย เป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน แต่จำเป็นต้องเปิดเกมรุกเต็มที่ มั่นใจลูกทีมจะเก็บชัยชนะได้


ผู้สื่อข่าว : วินิดา สุขกาย(2) / สวท. วินิดา สุขกาย(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

ฟุตบอลทีมชาติไทย มุ่งมั่นเอาชนะเวียดนามให้ได้ วันนี้ แม้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ฟุตบอลทีมชาติไทย มุ่งมั่นเอาชนะเวียดนามให้ได้ วันนี้ แม้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012:



เริ่มที่ความเคลื่อนไหวฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย คืนนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยผู้เล่นทีมไทยมุ่งมั่นเก็บชัยชนะให้ได้ แม้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแล้วก็ตาม คุณชัยวัฒน์ เหมะทัพพะ รายงาน
ส่วนทีมฟุตบอลหญิงเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย เดินทางไปแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศเวียดนามแล้ว ภายใต้การคุมทีมของ นายสงคราม นากา หัวหน้าผู้ฝึกสอน ด้านนายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวอวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ เพราะการแข่งขันรอบนี้มีความสำคัญ เนื่องจากจะคัดเพียงทีมเดียวเข้ารอบสุดท้าย จึงอยากให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ สำหรับทีมเยาวชนหญิงทีมชาติไทยที่อยู่ในสายเอ จะประเดิมสนามนัดแรก พบ จอร์แดน วันที่ 2 ธันวาคมนี้ จากนั้นวันที่ 4 ธันวาคม จะพบอิหร่าน และนัดสุดท้ายรอบแรก วันที่ 6 ธันวามคม พบกับอุซเบกิสถาน
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟา ประกาศรายชื่อ 3 นักฟุตบอลที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัล ฟีฟา บัลลง ดอร์ ประกอบด้วย ลิโอเนล เมสซี , อันเดรส อิเนียสตา สองผู้เล่นบาร์เซโลนา และ คริสเตียโน โรนัลโด หนึ่งเดียวจาก เรอัล มาดริด สำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม มี 3 คนที่มีโอกาสลุ้นรับรางวัล ประกอบด้วย เปป กวาร์ดิโอลา อดีตผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า , บิเซนเต เดล บอสเก ผู้ฝึกสอนทีมชาติสเปน กับผลงานป้องกันแชมป์ ยูโร เป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ และ โจเซ มูรินโญ ผู้ฝึกสอน "ราชันชุดขาว" ที่พาทีมครองแชมป์ ลา ลีกา ครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ด้าน ชินจิ คากาวะ ผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากทวีปเอเชีย ที่ค้าแข้งต่างแดน จากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ทั้งนี้ คากาวะ กองกลางชาวญี่ปุ่นจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะ ยูโตะ นากาโตโมะ เพื่อนร่วมชาติสังกัด อินเตอร์ มิลาน และ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ผู้รักษาประตูจากออสเตรเลีย ของฟูแล่ม ขณะที่ ลี คุน โฮ ชาวเกาหลีใต้ของ อุลซาน ฮุนได ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ "เอเอฟซี" หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่น จนทำให้ทีมครองแชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ในเดือนนี้ ส่วนรางวัลนักฟุตบอลต่างชาติยอดเยี่ยม เป็นของ โรเจริโอ เดอ อัสซิส ซิลวา คูตินโญ ของ คูเวต สปอร์ต คลับ
ส่วนความเคลื่อนไหวการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเพชรบุรี นักกีฬาหญิงของไทย ยังโชว์ผลงานได้ดี ติดตามจากคุณเมธี ฉิมจิ๋ว
การแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์สมัครเล่นโลก หรือ ไอบีเอสเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2012 ที่ประเทศบัลแกเรีย ประเภทชาย ประมวล จันทร์ทัด หรือ “แมน เมืองสมุทร” เจ้าของแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด อดีตแชมป์เยาวชนเอเชีย ปี 2004 ลงเล่นกลุ่ม จี นัดสุดท้าย เอาชนะ ปีเตอร์ เคิร์กแฮม จากเกาะแมน 4-0 เฟรม สกอร์ 81-9, 76-29, 79-27 และ 68-37 ทำสถิติชนะ 3 แพ้ 1 เข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของสาย ตามหลัง นพพล แสงคำ หรือ “หมู ปากน้ำ” อดีตแชมป์เยาวชนโลก ปี 2009 ที่ลงเล่นในสายเอ เก็บชัยชนะ 4 เกมรวด ครองแชมป์สาย และหลังการจับสลากรอบน็อคเอาท์ 64 คนสุดท้าย ปรากฏว่า “หมู ปากน้ำ” ที่เป็นมือวางอันดับ 4 จะพบกับ ปิแอร์ จอร์แดน วัย 45 ปี จากแอฟริกาใต้ ขณะที่ แมน เมืองสมุทร มือ 32 พบ เจมส์ มิฟซุด มือ 33 จากออสเตรเลีย โดยมือวางอันดับ 1 ทำสถิติดีที่สุดในรอบแรกคือ ฮาบิบ ซูบาห์ อดีตมือโลกจากบาห์เรน
ผลแบดมินตัน กรังด์ปรีซ์ โกลด์ รายการ “มาเก๊า โอเพน แชมเปียนชิปส์2012”ชิงเงินรางวัลกว่า 3.6 ล้านบาท ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ประเภทคู่ผสม รอบสอง เป็นการพบกันระหว่าง สุดเขต ประภากมล กับ สราลีย์ ทุ่งทองคำ พบ แบก โชล จิน-เย วอน ออม จากเกาหลีใต้ ปรากฏว่า สุดเขต กับ สราลีย์ คู่ผสมมือ 1 ของไทย เอาชนะ 2-0 เซต 21-18 และ21-15 ผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้าย โดยจะพบ ริคี วิเดียนโต กับ ปุสปิตา ริชีดิลี จากอินโดนีเซีย ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธ์ เอาชนะ เบเลทริกซ์ มานูปูตี จากอินโดนีเซีย 2-0 เซต 24-22 และ 21-8 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ต้องพบงานหนัก ปุย ยิน ยิป มือวางอันดับ 4 ของรายการ
กอล์ฟรายการพิเศษ "เวิลด์ ชาเลนจ์ พรีเซ็นต์ บาย นอร์ธเวสเทิร์น มูทวล" ชิงเงินรางวัลประมาณ 120 ล้านบาท ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แข่งขันรอบแรก ผลปรากฏว่า นิค วัตนีย์ โปรกอล์ฟสหรัฐฯ ทำ 5 เบอร์ดี ไม่เสียโบกี ครองตำแหน่งผู้นำ ขณะที่ คีแกน แบรดลีย์ กับ จิมฟูริค สองโปรสหรัฐฯ ทำ 4 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี เช่นเดียวกับ แกรม แม็คดาวล์ ชาวไอร์แลนด์เหนือ จบอันดับ 2 ร่วม โดยมีสกอร์รวมเท่ากัน 3 อันเดอร์พาร์ ส่วน ไทเกอร์ วูดส์ ประเดิมทำ 3 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี เช่นเดียวกับ เว็บบ์ ซิมป์สัน สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ อยู่อันดับ 5 ร่วมกับ โบ แวน เพลท์ ที่ทำ 6 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี 1 ทริปเปิลโบกี





ผู้สื่อข่าว : วินิดา สุขกาย(2) / สวท. วินิดา สุขกาย(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

BOI ตอนที่ 158 เชิญร่วมสัมมนา “โอกาสนักธุรกิจไทยในอาเซียน”

BOI ตอนที่ 158 เชิญร่วมสัมมนา “โอกาสนักธุรกิจไทยในอาเซียน”:



บีโอไอ เชิญนักธุรกิจไทยที่สนใจไปลงทุนในต่างประเทศ เข้าร่วมฟังสัมมนา โอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยในอาเซียน และการเสวนาประสบการณ์ในการลงทุนในเวียดนาม กัมพูชา พม่า และอินโดนีเซีย
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า ตามที่บีโอไอได้รับมอบหมายจากนายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เดินหน้าแผนการส่งเสริม นักธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศนั้น บีโอไอจะจัดสัมมนาในหัวข้อ “รุกหรือรับ โอกาส สำหรับธุรกิจไทยในอาเซียน” และการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และพม่า โดยมีตัวแทนภาคเอกชนชั้นนำที่เคยเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในประเทศต่างๆ เป็นวิทยากรในการเสวนา โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา โอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยในอาเซียน และการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจ สามารถเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสำรองที่นั่งได้ที่โทรศัพท์ 0 2-553- 8318 หรือ www.boi.go.th



ผู้สื่อข่าว : กรรณิกา แก้วใส.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว : นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

a day Foundation Infographic: ประเทศไทย อยู่ที่เท่าไหร่ในอาเซียน

a day Foundation Infographic: ประเทศไทย อยู่ที่เท่าไหร่ในอาเซียน:
เอ้า 3 2 1… อีกไม่นานแล้วที่เราต้องเตรียมตัวนับถอยหลังสู่การรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC (Asean Economics Community) ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อพวกเราชาวไทยอย่างแน่นอน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และด้านอื่นๆ อีกมากมาย ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้นำแต่ทั้งนี้ก็ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชาติ ที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ เราลองมาดูว่า ณ วันนี้ ประเทศไทยอยู่ที่เท่าไหร่ในอาเซียนบ้าง
(คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่)


สื่อมวลชนทั่วอาเซียน ยกย่องทีมฟุตบอลไทย เป็นทีมเต็ง 1 ในการคว้าแชมป์ชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

สื่อมวลชนทั่วอาเซียน ยกย่องทีมฟุตบอลไทย เป็นทีมเต็ง 1 ในการคว้าแชมป์ชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012:



ผลการแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีก้า เยอรมนี ไฟร์บวร์ก แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 0-2, กลัดบัค ชนะ โวล์ฟบวร์ก 2-0, สตุ๊ตการ์ท ชนะ เอาส์บวร์ก 2-1, เบรเมน แพ้ เลเวอร์คูเซ่น 1-4, เนิร์นแบร์ก ชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 4-2
ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแฮมป์ตัน เสมอ นอริช ซิตี้ 1-1,
สโต๊ค ซิตี้ ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1, สวอนซี ซิตี้ ชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-1, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1,เชลซี เสมอ ฟูแล่ม 0-0, เอฟเวอร์ตัน เสมอ อาร์เซน่อล 1-1, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 และ วีแกน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2
สรุปตารางคะแนน อันดับ 1 เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข่ง 14 นัด มี 33 คะแนน อันดับ 2 แ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มี 32 คะแนนจากการลงแข่งเท่ากัน และ เชลซี อันดับ 3 มี 26 คะแนน
หลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 พ.ย.) ล่าสุด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า แม้ว่าจะเก็บ 3 คะแนนและยังเป็นทีมนำของลีก แต่เชื่อว่าการลุ้นแชมป์ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ยังต้องวัดผลงานกันอีกยาว เพราะมีคะแนนห่างจากทั้งสองทีมไม่มากนัก นอกจากนี้ยังพอใจกับเกมนี้ที่ไม่เสียประตู พร้อมทั้งยกย่องแนวรับ ประกอบด้วย จอนนี่ อีแวนส์ , คริส สมอลลิ่ง , และ ราฟาเอล ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า สั่งลงโทษ เดวิด แพล็ทท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ห้ามลงสนามคุมทีมรายการระดับทวีป จำนวน 2 นัด หลังแสดงกิริยาไม่เหมาะสม พร้อมปรับเงิน "เรือใบสีฟ้า" จำนวน 10,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5 แสนบาท ฐานผู้เล่นถูกคาดโทษเกิน 5 ราย ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 เมื่อคืนวันพุธที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แพล็ทท์ และ แมนฯ ซิตี้ ยังมีสิทธิ์อุทธรณ์โทษดังกล่าว
ภายหลังที่ทีมฟุตบอลไทย คว้าชัยชนะ 2 นัดรวดในการแข่งขันรายการชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน เอเอฟเอ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 2-1 และชนะ พม่า 4-0 ผ่านเข้ารอบรองสุดท้ายเป็นทีมแรก ทำให้สื่อมวลชนทั่วอาเซียน ต่างพากันยกย่องผลงานการเล่นของไทยว่ามีดีพอที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ฟุตบอลถ้วยอาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ในครั้งนี้ได้แน่นอน
นอกจากนี้สื่อมวลชนของฟิลิปปินส์ และพม่า ต่างพากันกล่าวยกย่อง "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ที่ยิงคนเดียว 3 ประตูในเกมล่าสุดที่ชนะพม่า ว่าเป็นศูนย์หน้าที่มีความครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในระดับเอเชีย ทั้งความเร็ว และเรื่องของการหาจังหวะการจบสกอร์ที่เฉียบคม จึงกลายเป็นเต็งหนึ่งในการคว้ารางวัลผู้ยิงประตูสูงสุดในรายการนี้
ขณะที่ วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เผยว่า ธีราทร บุญมาทัน ซึ่งได้รับอาการบาดเจ็บในเกมที่เจอกับพม่า อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ และ นักกายภาพบำบัดทีมชาติไทยอย่างใกล้ชิด คาดไม่น่าจะเสี่ยงส่งลงสนามนัดสุดท้ายที่เจอกับ เวียดนาม ส่วน ดัสกร ทองเหลา ยังมีอาการบาดเจ็บถูกจับมาเล่นฟิสเนต เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพความฟิต ขณะที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล มีอาการไม่สบายจากการเจ็บคอ ต้องพักรักษาตัว นอกจากนี้ยังเผยว่าแม้ไทยจะเข้ารอบไปแล้ว แต่เกมที่เจอเวียดนาม จะเล่นเพื่อชนะเท่านั้นเพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลชาวไทยคืน พร้อมชื่นชมผู้เล่นตัวสำรองว่ามีศักยภาพเหนือกว่าผู้เล่นของเวียดนาม สำหรับการแข่งขันรอบแรกนัดสุดท้ายของกลุ่มเอ.จะแข่งขันวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ทีมชาติไทย จะเจอกับ เวียดนาม ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ส่วนอีกีคู่ในกลุ่มเดียวกัน ฟิลิปปินส์ พบ พม่า ที่สนามศุภชลาศัย ทั้งสองคู่เริ่มเวลา 20.20 น.
ทั้งนี้ หากทีมไทยเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม จะถูกวางโปรแกรมให้ลงแข่งรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ในบ้านตัวเอง
เฌอโรม วัลเค่ เลขาธิการทั่วไป ของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า นำทีมงาน พร้อมกับอดีตนักฟุตบอลชื่อดังของบราซิล โรนัลโด้ และ เบเบโต้ ขึ้นทดสอบระบบของรถไฟความเร็วสูง ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับแฟนบอล จากใจกลางเมืองเซาเปาโล ไปยัง สนามฟุตบอล ที่กำลังก่อสร้างเพื่อใช้ แข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่บราซิลจะเป็นเจ้าภาพ โดยใช้เวลา เดินทางกว่า 90 นาที จากนั้น คณะทีมงานของ ฟีฟ่า ได้เยี่ยมชมการก่อสร้างสนามแข่งขัน อารีน่า เดอ เซาเปาโล ความจุประมาณ 6 หมื่น 5 พันที่นั่ง ซึ่งฟีฟ่า พึงพอใจอย่างมากกับความคืบหน้าของสนามแข่งขัน ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ปีหน้า และจะใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรโครินเธียนส์ ทีมดังในลีกบราซิล ในอนาคตอีกด้วย
การจับสลากแบ่งสายฟุตบอลอายุไม่เกิน 21 ปี ชิงแชมป์ทวีปยุโรปจัดขึ้นที่โรงแรม ฮิลตัน ในเมืองเทลอาวีฟ ก่อนที่การแข่งขันจะชิงชัยที่ประเทศอิสราเอล เดือนมิถุนายนปีหน้า โดย 8 ทีมสุดท้ายแบ่งออกเป็น 2 สาย ประกอบด้วย สายเอ. เจ้าภาพ อิสราเอล , อังกฤษ, นอร์เวย์ และ อิตาลี ส่วนสายบี แชมป์เก่า สเปน ,ฮอลแลนด์ ,รัสเซีย และ เยอรมนี
ทางด้าน สจ๊วต เพียซ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า การแข่งขันนรายการนี้ ถือว่ายากลำบาก ทุกทีมมีความแข็งแกร่ง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำคะแนนติด 2 อันดับแรกของสายเอ เพื่อเข้ารอบรองชนะเลิศ
ซิโก้ อดีตกัปตันทีมชาติบราซิล ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ ลาออกจากการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชาติอิรัก เนื่องจากสมาคมฟุตบอลอิรัก ไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่ให้เอาไว้ ในตอนนี้ อิรัก อยู่ในช่วงคัดเลือก 10 ทีมสุดท้ายทวีปเอเชีย เพื่อคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 โดยอยู่อันดับ 3 ในสายบี ลงแข่ง 5 นัด มี 5 คะแนน ซึ่ง 2 ทีมแรกของแต่ละสายเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกปี 2014 ทันที
ทั้งนี้ซิโก้ เคยเป็นโค้ชหลายทีม เช่น พาทีมชาติญี่ปุ่น คว้าแชมป์เอเชี่ยนคัพ ปี 2004 คุมทีมเฟเนบาเช่ เข้ารอบ 8 ทีมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ โดยเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เข้ามาคุมทีมอิรัก ทำสถิติลงแข่ง 21 นัด ชนะ 10 เสมอ 6 แพ้ 5
ลอร่า ร็อบสัน นักเทนนิสสาวมือ 53 ของโลกจากสหราชอาณาจักร คว้ารางวัลนักกีฬาดาวรุ่งแห่งปีของ สมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง หรือ ดับเบิลยูทีเอ จากผลงานอันยอดเยี่ยมในปีนี้ หลังคว้าเหรียญเงินโอลิมปิก 2012 ในประเภทคู่ผสมร่วมกับ แอนดี้ มาร์รี่ย์ ,ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ในแกรนด์สแลม ยูเอส โอเพ่น และยังเป็นนักเทนนิสคนแรกในรอบ 22 ปีที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ ที่เมืองกว่างโจว นอกจากนี้ ร็อบสัน วัย 18 ปี เป็นนักกีฬาคนที่ 2 ที่คว้ารางวัลนี้ ต่อจาก เวอร์จิเนีย เหวด เป็นเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม เมื่อปี 1977

ผู้สื่อข่าว : โสพิศ ทุยเวียง / สวท. โสพิศ ทุยเวียง / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

BOI ตอนที่ 156/157 เชิญร่วมสัมมนา “โอกาสนักธุรกิจไทยในอาเซียน”

BOI ตอนที่ 156/157 เชิญร่วมสัมมนา “โอกาสนักธุรกิจไทยในอาเซียน”:



บีโอไอ เชิญนักธุรกิจไทยที่สนใจไปลงทุนในต่างประเทศ เข้าร่วมฟังสัมมนา โอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยในอาเซียน และการเสวนาประสบการณ์ในการลงทุนในเวียดนาม กัมพูชา พม่า และอินโดนีเซีย
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ กล่าวว่า บีโอไอได้รับนโยบายให้เดินหน้าแผนการส่งเสริมนักธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศ จึงเตรียมเปิดตัวศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลเชิงลึก ครอบคลุม รายละเอียดด้านศักยภาพของประเทศอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ ตลอดจนลู่ทางการลงทุนและขั้นตอนการทำธุรกิจในประเทศต่างๆ
และในวันพุธที่ 12 ธันวาคมนี้ บีโอไอจะจัดสัมมนาในหัวข้อ “รุกหรือรับ โอกาสสำหรับธุรกิจไทยในอาเซียน” และการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และพม่า โดยมีตัวแทนภาคเอกชนชั้นนำที่เคยเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในประเทศต่างๆ ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนา ผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา โอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยในอาเซียน และการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจ สามารถเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสำรองที่นั่งได้ที่โทรศัพท์ 0 2-553 -8318 หรือ www.boi.go.th

ผู้สื่อข่าว : กรรณิกา แก้วใส.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว : นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทีมฟุตบอลไทย เก็บ 3คะแนนแรก ขึ้นเป็นทีมนำของกลุ่มเอ ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012"

ทีมฟุตบอลไทย เก็บ 3คะแนนแรก ขึ้นเป็นทีมนำของกลุ่มเอ ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012":



ผลฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2012" รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดแรก ซึ่งแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย อดีตแชมป์รายการนี้ 3สมัย เฉือนชนะฟิลิปปินส์ 2-1 ประเดิมเก็บ 3คะแนนแรกได้สำเร็จ ขึ้นเป็นทีมนำของกลุ่ม หลังอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เวียดนามเสมอพม่า 1-1
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมไทยจะเจอกับพม่า ในวันที่ 27พฤศจิกายนนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 20.20น. ส่วนเวียดนามพบ ฟิลิปปินส์ ในเวลา 17.30น.


ผู้สื่อข่าว : โสพิศ ทุยเวียง / สวท. โสพิศ ทุยเวียง / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทิศทางตลาดแรงงานไทยอีก 3 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร เมื่อ AEC มาถึง?

ทิศทางตลาดแรงงานไทยอีก 3 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร เมื่อ AEC มาถึง?:
                                                         ภาพจาก workingpeople.org
วันนี้ในงานสัมมนา WebPresso ที่ทางทีมบก. Thumbsup ได้มีโอกาสไปร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง Digital Trend 2012 มีคำถามนึงที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับหัวข้อหลักของงานโดยตรง แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ และมีผลกับทิศทางตลาดแรงงานในบ้านเราในหลายภาคอุตสหกรรม รวมถึงตลาดไอทีด้วย นั่นคือคำถามที่ว่า “เมื่อไทยเราก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ในปี 2558 นั้นตลาดแรงงานไทยจะเป็นเช่นไร”
(ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าบทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งเพื่อนๆ ผู้อ่านคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ก็สามารถแวะมาแลกเปลี่ยนกันได้เช่นเคยนะคะ สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่า AEC คืออะไร และแผนงานเพื่อการจัดต้ังประชาคมเศรษฐกิจ  (AEC BluePrint)  นั้นเป็นเช่นไร แนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อนค่ะ)
บ้านเราเตรียมความพร้อมเมื่อเข้ายุค AEC แค่ไหน?
สำหรับบ้านเรา (ที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา) ดูเหมือนว่าการตระเตรียมการด้านนี้ยังถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ อีกทั้งยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้และเข้าใจถึงประโยชน์และผลกระทบที่จะตามมาเพื่อรับมือให้ทันท่วงที ไม่ต้องพูดถึงประชาชนทั่วไปเลยค่ะ  แม้แต่ในภาคเอกชนเอง ก็ยังมีเพียงกลุ่มกิจการใหญ่ ๆ เท่านั้นที่สนใจ และได้ทำการเตรียมตัวไว้แล้ว รวมถึงการไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามในระยะหลังนี้ เราได้เห็นสมาคมและองค์การค้าภาคเอกชนได้ระดมช่วยกันจัดงานสัมมนาฝึกอบรมมากขึ้นและถี่ขึ้น   เพื่อให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่ตนหรือกิจการของตนจะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้    โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาถูกกว่าหรือดีกว่าจากประเทศสมาชิกจะเริ่มทะลักเข้ามาแข่งขันกับสินค้าไทยได้อย่างเสรีไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าใดๆ จนทำให้ตนเองอาจตกอยู่ในสภาพสู้เขาไม่ได้เลย (ดังตัวอย่างปัจจุบันที่ผลไม้และสินค้ามากมายจากจีนมาตีสินค้าไทยจนต้องล้มหายตายจากไปหลายราย เป็นต้น)
ตลาดแรงงานบ้านเราอาจถูกกระทบหลังเข้าสู่ AEC ในปี 2558 อย่างไร?
ในแง่การลงทุนจากต่างชาติ
เชื่อว่าอุตสาหกรรมในไทยบางประเภทคงถูกโยกย้ายไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าเราแน่นอนโดยเฉพาะโรงงานที่รับผลิตสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทั้งหลายจะถูกย้ายฐานการผลิต ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เราเห็น เป็นประจำเมื่อต้นทุนแรงงานสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมผลิตรองเท้ากีฬารองเท้าผ้าใบได้เคยมีการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศแม่ไปยังประเทศอื่นๆ เช่น เม็คซิโก ไต้หวัน ต่อมาย้ายมาไทยและอินโดนีเซีย ต่อมาก็ย้ายไปที่จีนแล้วตามด้วยเวียดนาม และแน่นอนที่สุดก็จะไปยังเขมรและพม่าในไม่ช้า  สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าของแบรนด์ไม่ได้ลงทุนสร้างโรงงานเองในประเทศที่ผลิต แต่เจ้าของโรงงานหลัก  เหล่านี้กลับเป็นนายทุนไต้หวันและเกาหลีใต้ไปร่วมทุนกับคนท้องถิ่น  และสะดวกต่อการโยกย้ายไปที่อื่นได้ค่อนข้างง่ายโดยเสียหายน้อยที่สุดหรือได้คุ้มกับการลงทุนในประเทศนั้นแล้ว
ในวันข้างหน้าอันใกล้นี้  แรงงานต่างชาติจากเพื่อนบ้านที่มาของานทำในบ้านเราจะค่อย ๆ ลดลงเป็นลำดับเมื่อบ้านเมืองของเขากลายเป็นจุดสนใจที่น่าจะลงทุนในอุตสาหกรรมประเภทใช้แรงงาน (Labor Intensive Industries) จนกระทั่งขยายไปยังอุตสาหกรรมประเภทที่ใช้เทคนิคและทุนสูงขึ้นในอนาคต    แรงงานหรือพนักงานในสายวิชาชีพที่แข็งแกร่งกว่าหรือมีความสามารถความชำนาญมากกว่าก็จะเริ่มเข้าไปแย่งงานคนท้องถิ่น จนกว่าคนท้องถิ่นจะสามารถพัฒนาเรียนรู้ตามได้เป็นวัฏจักรต่อไป
ในแง่ตัวบุคลากร
ในขณะเดียวกันบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากเพื่อนบ้านเรา เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ที่มีความสามารถด้านภาษา (อังกฤษ) สูงกว่า จะมีโอกาสเข้ามาแย่งงานคนไทยในหลาย ๆ อุตสาหกรรมได้ เช่น  การท่องเที่ยว  ด้านพลังงาน  ด้าน Logistics รวมถึงด้านไอทีด้วย เป็นต้น
แต่ก็ใช่ว่าบุคลากรบ้านเราเค้าจะไม่ต้องการนะคะ เพราะบ้านเรายังมีความโดดเด่นในด้านการแพทย์ เทคนิคทางการเกษตร อุตสหกรรมรถยนต์ (ที่วางรากฐานในไทยมาอย่างยาวนาน) ก็อาจเป็นที่ต้องการของหลายประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นเดียวกัน
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมใดก็ตาม ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่ทุกคนควรทราบและตระหนักถึงทิศทางและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า  เพื่อที่จะปรับตัวให้ทันท่วงที และสำหรับธุรกิจไอทีแล้ว บุคลากรไทยเราไม่ได้ด้อยเรื่องความรู้ความสามารถ แต่อาจขาดซึ่งทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงต้องควรฝึกฝนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ในวันที่ยุคของ AEC มาถึงนั่นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ไทยคือพี่ใหญ่แห่งอาเซียน ความคิดไปเองที่ต้องเร่งแก้

ไทยคือพี่ใหญ่แห่งอาเซียน ความคิดไปเองที่ต้องเร่งแก้:
การรับรู้ของประเทศเพื่อนบ้านบางกลุ่มที่มีต่อประเทศไทยจากบทสรุปในงานประชุมวิชาการอาเซียน ในมุมมองสังคม วัฒนธรรม ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรจัดขึ้น คงทำให้ความฮึกเหิมในใจของไทยลดลงบ้างไม่มากก็น้อย จากที่เคยมองและบอกตัวเอง รวมทั้งบอกกับใครๆ ทั้งในไทยและเทศว่า ไทยเป็นพี่ใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน และส่วนใหญ่ก็มักจะประทับตราไทยเองว่า ไทยมีสถานะเป็น “พี่” ด้วยซ้ำ
การรับรู้ของประเทศเพื่อนบ้านที่สนิทชิดเชื้อกับเราแบบข้ามพรมแดนหากันได้ทุกวันโดยสะดวก ถูกเปลี่ยนภาพลักษณ์ทางความรู้สึกให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น และย้ำชัดเข้าไปอีก เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญรายประเทศต่างๆ ทำการศึกษาว่าเขามองไทยอย่างไร
ไทยเป็นปลิงที่หิวโหย ชอบรุกราน เบียดเบียนผู้อื่น (กัมพูชา) ไทยเป็นลูกไล่จักรวรรดินิยมอเมริกา เป็นทุนนิยมในลักษณะเมืองขึ้นแบบใหม่ (เวียดนาม) ไทยเป็นแหล่งรายได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีการปล้น จี้ จำนวนมาก ทั้งยังชอบมีตำรวจมาค้นตัวจนทำให้คนรู้สึกลำบากใจ ไทยเป็นประเทศขูดรีดทรัพยากร เพราะชอบเข้าไปลงทุน (พม่า) ไทยชอบดูถูก ทำไมตัวละครที่แสดงบทคนใช้ของละครไทย ต้องพูดภาษาลาว (สปป.ลาว)
สาเหตุใดที่ทำให้ไทย ถูกมองเช่นนั้น ย้อนคิดดูดีๆ แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านแทบจะไม่มีใครชอบไทยเลย อีกทั้ง มีการฉายภาพจากสื่อมวลชน จากนักวิชาการ จากนักแสดง จากผู้จัดละคร จากบทเรียนตำราทางประวัติศาสตร์ จากถ้อยคำภาษาที่ถูกผลิตสร้างขึ้นเป็นวาทกรรม จากการตอกย้ำผลิตซ้ำไปมาหลายต่อหลายครั้งที่ทำให้เพื่อนบ้านเรารู้สึกและสัมผัสได้
เวลาที่ใครมีการแสดงออกทั้งความคิดหรือการกระทำที่ผิดพลาด อันเป็นความรู้สึกที่ทำให้บุคคลนั้นหน้าแตก หรืออับอาย หรือรู้สึกเก้อเขิน หรือมีลักษณะเชยๆ จะมีชุดคำพูดจากใครอีกคนหนึ่ง หรือจำนวนหนึ่ง แซวกลับว่า “เฮ้ย ลาวว่ะ” “เสี่ยวว่ะ” แม้จะบอกว่าภาษาลาว คำว่าเสี่ยว แปลว่า เพื่อน คุณจะตีความหลังจากที่คุณได้แซวหรือใช้ภาษาหยอกล้อคนอื่นว่า “เฮ้ย -เพื่อน- ว่ะ”.. อย่างนั้นหรือ??
ทำไมชุดความคิดหรือคำพูดนี้ยังคงอยู่และไม่เคยจางหายไป ยิ่งขยับใกล้ความเป็นประชาคมอาเซียน ความรู้สึกไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง หรืออันหนึ่งอันเดียวกันยิ่งชัดเจน การแข่งขันทางเศรษฐกิจยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งตื่นตัวว่าต้องแข่ง ต้องแก่งแย่ง ต้องรีบเร่งพัฒนา เดี๋ยวไปไม่ทันเขา เขาไปกันหมดแล้ว จะรอช้าอยู่ใย..
แทบจะมีน้อยมากสำหรับพื้นที่ทางความรู้สึกที่ทำให้เห็นว่า เพื่อนบ้านเราเขายังขาดตรงนี้นะ ให้ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีไหม เขาขาดสิ่งนี้ แต่เราก็ขาดสิ่งนี้นะ เรามาพึ่งพากันดีไหม..พื้นที่ความรู้ และการแสดงความรู้สึกเช่นนี้มีออกมาน้อยมาก หรือถ้ามีบ้างก็เป็นความรู้ทางวิชาการที่ถูกตั้งอยู่บนหิ้งมากกว่าจะนำมาปฏิบัติใช้ได้จริง

แน่นอน ความคิดในการพึ่งพากันอาจดูเป็นอุดมคติ แต่การเป็นประชาคมกัน เรายังคงความคิดด้านการแข่งขันกัน เรายังคงภาพสะท้อนออกไปในเชิงลบอีกนานแค่ไหน หรือว่านั่นคือการสะท้อนภาพแห่งความเป็นจริง และอะไรคือความจริง ใครสร้างความจริงชุดนี้ และสร้างเพื่อให้ได้ผลอะไรกลับมา เราจะสร้างความจริงชุดใหม่ได้ไหม? แน่นอนประวัติศาสตร์ลบล้างไม่ได้ แชร์ลำบาก แล้วก้าวข้ามได้ไหม เรียนรู้แล้วเริ่มใหม่ได้ไหม
หลังจากที่เราได้เห็นการรับรู้ ทัศนคติ และความรู้สึกบางประการของเพื่อนบ้านที่แสดงออกมาผ่านวรรณกรรม ข้อมูลข่าวสารที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้สะท้อนให้เห็นแล้ว เรามาสำรวจกันบ้างว่า..ข้อมูลหลักฐานทางวิชาการอันเป็นชุดความคิดสำคัญที่ทำให้ไทยถูกมองอย่างนั้นมาจากสาเหตุใด (ไม่นับรวมการแสดงออกทางความรู้สึกและภาษาที่เห็นกันดาษดื่น)
ตำราทางวิชาการหลายเล่มที่มีการผลิตซ้ำบอกเล่าเรื่องราวเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ไทยเหยียดหยามเพื่อนบ้านอย่างไร และทำอย่างไรให้เพื่อนบ้านเกลียด / กลัว/ ระแวง ตลอดจนไม่ค่อยรู้สึกชอบหน้าเท่าไหร่ สอดแทรกแนวคิด ทัศนคติที่เคลือบแฝงความเป็นชาตินิยมของไทย ผ่านตำรา ผ่านภาพยนต์ ผ่านสื่อ ผ่านสิ่งที่สะท้อนถึงทัศนคติเหยียดหยามเพื่อนบ้าน ที่ไทยมักจะมองประเทศเพื่อนบ้านว่ามีสถานะด้อยกว่า ลี้ภัยมาไทยเพื่อพึ่งใบบุญไทย อันมีนัยยะว่าไทยเป็นประเทศที่มีความสงบกว่าเสมอ
คงต้องสร้างความรู้ชุดใหม่ แม้ต้องใช้เวลา แต่ก็จำเป็นต้องสร้าง รวมทั้งทำให้หลายภาคส่วนตระหนักรู้บทบาทตัวเอง สะท้อนผลงานในรูปแบบต่างๆ อย่างมีจรรยาบรรณมากขึ้น และจรรยาบรรณนี้ไม่ได้หมายความว่า ต้องเน้นบทบาทว่าไทยเป็นใหญ่ไปกว่าใคร เพราะมันคือการอัดแน่นความรู้สึกและอัตลักษณ์ของตัวเอง ให้เหนือ หรือเจือจางอัตลักษณ์ของบุคคลหรือสิ่งอื่นใดที่ก่อขึ้นแล้วไม่ใช่ตัวเอง ให้เขามีความรู้สึกเล็กกว่า ด้อยกว่า และถ้ายังเป็นความรู้สึกที่ไม่เท่ากันเช่นนั้น จะมีการรวมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้หรือ หรือก็คงเป็นแค่ความร่วมมือแบบหลวมๆ ตามเดิม

ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ทำความรู้จักเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขงก่อนอาเซียน 2015

ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ทำความรู้จักเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขงก่อนอาเซียน 2015:
วันนี้เรารู้จักประเทศเพื่อนบ้านดีแค่ไหน วัฒนธรรมข้ามพรมแดนเพียงแม่น้ำกางกั้นระหว่างพื้นที่ของทั้ง ๒ ฝั่งลาว ไทย ความสัมพันธ์ของเรากับเวียดนาม กัมพูชา และวิถีชีวิตของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขงเป็นอย่างไร อาจารย์ ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ รักษาราชการแทนรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาแห่งศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ช่วยบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นประโยชน์เหล่านี้ผ่านกรอบสังคมวัฒนธรรมที่กินความกว้างกว่าคำว่ารัฐ ชาติ
SIU: อยากให้อาจารย์พูดถึงที่มาที่ไปของศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ศูนย์วิจัยลุ่มน้ำโขงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับทุนจาก Rockefeller มาจัดตั้ง การจัดตั้งตรงนี้เพื่อศึกษาคนในลุ่มน้ำโขง รวมถึงมิติทางประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม ส่วนมากจะเป็นงานวิจัยเชิงสังคมศาสตร์ แล้วก็พยายามจะทำงานกันให้หลากหลายด้าน ปกติก็มีอาจารย์ที่จบใหม่จากด้านต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผมเองก็เพิ่งจบมาทางด้านโบราณคดี มีอาจารย์สอนทั้งด้านวรรณกรรมและภาษาก็เริ่มเข้ามาสอนมากขึ้น
SIU: เราจะเห็นว่าในปัจจุบันนั้นมีการศึกษาและก่อตั้งศูนย์วิจัยทางด้านสังคมในลุ่มแม่น้ำโขงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขอนแก่น เชียงใหม่ เชียงราย หรือแม้แต่กรุงเทพฯ เองก็มีเช่นกัน อยากทราบจุดแข็งของศูนย์วิจัยฯ ที่อุบลนี้เป็นอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: จุดแข็งก็คืออยู่ในพื้นที่ หมายความว่าศูนย์นี้จะอยู่ในเขตชายแดน เข้าถึงแหล่งวิจัยง่าย และอาจารย์หลายท่านที่เป็นกรรมการลุ่มน้ำโขง จบมาจากหลายสาขา ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณกรรม ภาษากัมพูชา ภาษาเวียดนาม ภาษาลาว และสังคม เหมือนเป็นงานวิจัยเชิงบูรณาการ ก็ทำงานเป็นทีมและจะมี specialist ในแต่ละด้าน
SIU: โดยปกติแล้ว ทางศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงนี้ เปิดให้มีการเรียนการสอนด้านใดบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ส่วนใหญ่แล้วทางศูนย์จะเน้นเรื่องงานวิจัย ส่วนการเรียนการสอนนั้น ตอนนี้หลักสูตรเข้าไปอยู่ที่ สกอ. แล้ว (สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา) กำลังรอให้ทาง สกอ.ลงตราประทับ ตอนนี้เราได้รับการอนุมัติแล้ว กล่าวคือจะเป็นการสอนเรื่องภาษาในลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหลักสูตรใหม่ อย่างน้อยนักศึกษาต้องเรียน 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยเป็นพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ และภาษาที่อยู่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
เขาจะต้องเลือกเรียน หลักสูตรบังคับให้เรียน ได้แก่ภาษาเวียดนาม ภาษาจีน เพราะจีนเป็นต้นน้ำ ภาษาลาว และภาษากัมพูชาและต้องเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมด้วย อันนี้เป็นหลักสูตรใหม่ที่กำลังจะเปิด แต่จะเน้นเรื่องภาษาและในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนวัฒนธรรมในแต่ละชาติด้วย ให้เขาเรียนเป็นวิชาเลือก
จากนั้นเมื่อศึกษาในชั้นปีที่ 4 จะไม่บังคับ ให้นักศึกษาเลือกตามความสมัครใจ คือไปเรียนในพื้นที่นั้นๆได้ สมมติคุณเลือกเรียนภาษากัมพูชาคุณก็สามารถไปเรียนที่พนมเปญได้ และให้มีการแลกเปลี่ยน แต่ไม่บังคับ คือบางคนที่ไม่พร้อมก็ไม่ต้องไป อย่างเวียดนามก็มีนักศึกษาไปทุกปี เป็นหลักสูตรภาษาเวียดนาม เขาจะไปเรียนในช่วงการศึกษาชั้นปีที่ 4 คือไปเรียนภาษาที่เวียดนาม ไปเรียนวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่ด้วย เพื่อให้เข้าใจบริบททางภาษามากยิ่งขึ้น
และจัดให้เป็นหลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ ให้เรียนทางด้านภาษาและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง คือถ้าจบมาก็จะได้วุฒิศิลปศาสตร์บัณฑิต (ภาษาและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง)

อุบลราชธานี กับวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำโขง
SIU: สาเหตุที่อาจารย์สนใจศึกษาและวิจัยในกลุ่มนี้ ไม่ทราบว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่อาจารย์เป็นคนในพื้นที่หรือไม่
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมเป็นคนเชียงใหม่ครับ ลุ่มน้ำโขงนั้น เดิมถูกเรียกว่าอินโดจีน ซึ่งเป็นการเรียกตามอาณานิคม ที่ฝรั่งเศสสร้างชื่อขึ้นมาว่าเป็นอินโดจีน ส่วนที่สนใจเนื่องจาก พื้นที่นี้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เนื่องจากอยู่ระหว่างวัฒนธรรมสองวัฒนธรรมใหญ่ คืออินเดียกับจีน ซึ่งเป็นเหมือนวัฒนธรรมหลักแต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มันยังใหม่อยู่สำหรับผม และตอนนี้คนก็ไปสนใจวัฒนธรรมอื่นๆเยอะ และอีกอย่างคือประเทศหลายประเทศในแถบนี้เพิ่งเปิด ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว เวียดนาม คือผมทำงานทางด้านโบราณคดีอยู่แล้ว ก็จะรู้ว่ามันมีแหล่งใหม่ๆเปิดขึ้นมาค่อนข้างเยอะ
SIU: อาจารย์เรียนทั้งสาขารัฐศาสตร์และโบราณคดี อะไรคือจุดเปลี่ยนทำให้หันไปศึกษาเรื่องโบราณคดี และอะไรคือจุดอ่อนของทั้ง 2 ศาสตร์นี้
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมชอบวัฒนธรรมมากกว่าการเมือง การเมืองมันเหนื่อย แต่พอมาจับวัฒนธรรมผมว่ามันสนุกดี ยิ่งศึกษาแล้วเราจะพบว่าในเชิงวัฒนธรรมว่ามันไม่มีเส้นพรมแดนจริงๆ และทุกๆศาสตร์จะมีทฤษฎีของตัวเอง รัฐศาสตร์ก็จะมีทฤษฎีของเขา โบราณคดีก็จะมีกรอบความคิดของโบราณคดี
รัฐศาสตร์นี่จะเป็นเรื่องทฤษฎีกับแนวคิด ยังมองไม่พ้นเหมือนเรื่องวัฒนธรรม อย่างเรื่อง Nation หรือรัฐชาติ เขาก็จะมองว่าทฤษฎีของรัฐศาสตร์มันต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ผมคิดว่าหากมองในมิติวัฒนธรรมจะเอาทฤษฎีรัฐศาสตร์มาคุยนี่มันไม่ได้แล้ว
มันไม่มีคำว่า Nation ในวัฒนธรรม แค่คุณดูไทยกับลาว สองประเทศแค่นี้ พอช่วงของงานเทศกาลพระธาตุพนมคนก็ข้ามไปข้ามมาไม่มีคำว่า Nation เขาก็ข้ามมาไหว้พระธาตุ เป็นวัฒนธรรม แต่คนฝั่งนู้นเขาก็รู้ว่าพระธาตุเป็นวัฒนธรรมของเขา คุณจะเห็นว่าคนฝั่งนั้นก็มาทำงานในไทย คนฝั่งไทยก็มีบ้านพักอาศัยอยู่ฝั่งนู้น
แต่ว่าในแง่ของประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีจะยึดติดในแง่ของหลักฐาน คือถ้าไม่มีหลักฐานมันจะทำให้เราไม่สามารถไปต่อได้มันก็ไม่ได้เป็นจุดอ่อนเสียทีเดียว แต่มันเหมือนขึ้นอยู่กับหลักฐาน คือเป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งในตัว ถ้าไม่มีหลักฐานก็ไปต่อไม่ได้ คือบางสาขาวิชา อย่างมานุษยวิทยาที่ใช้พฤติกรรม ใช้ทฤษฎีมาอธิบายความคิดหรือปรากฏการณ์ทางสังคมได้ ในขณะที่ประวัติศาสตร์จะไม่ได้ ต้องใช้หลักฐาน
SIU: โดยส่วนตัวแล้ว อาจารย์ให้ความสนใจประเทศไหนเป็นพิเศษ และทำไมจึงสนใจประเทศนี้
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: สนใจเวียดนามครับ ตอนนี้กำลังพยายามเก็บรวบรวมข้อมูลของเวียดนามอยู่ เพราะว่าเราคิดว่าเวียดนามไม่มีความสัมพันธ์กับไทย นั่นคือดูจากพื้นที่ แต่ถ้าจากหลักฐานแล้วจะทราบว่าเรามีความสัมพันธ์กันมายาวนานนับพันปี อย่างประวัติที่เราเคยเรียนมาจะรู้แค่ว่าเวียดนามก็คือเวียดนาม และเพิ่งจะมีความสัมพันธ์กับสยามช่วงอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ แต่พอกลับไปดูหลักฐานแล้วจะพบว่ามีความสัมพันธ์มาเป็นพันปี คือคนในแถบนี้มีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอด
เวียดนามเขามีวัฒนธรรมสามชาติ ผมมองเฉพาะลุ่มน้ำโขงฝั่งตะวันออก ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ไทยกับลาวไม่ต้องพูดถึง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน ใช้ภาษาเดียวกัน นับถือเถรวาทเหมือนกัน เรารับวัฒนธรรมกัมพูชาเข้ามาในไทยค่อนข้างมาก ทั้งภาษา ประเพณีที่แยกไม่ออก
แต่สำหรับเวียดนามเข้ามาไทยตั้งแต่อดีต แต่ทำไมเราถึงมองไม่เห็น ไม่ใช่ลดบทบาทแต่ทำไมสังคมไทยมองไม่เห็นเวียดนาม เวียดนามมีบทบาทในไทยคืออาหารเวียดนามในเมืองอุบลกับหมูยอแค่นั้นหรือ คือเวียดนามเข้ามานานแล้วตั้งแต่สมัยที่เป็นจาม เมื่อก่อนชนพื้นเมืองในเวียดนามคือจาม เข้ามาในอุบลเป็นจำนวนมาก คือตอนนี้ผมกำลังตามรอยอยู่ ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นวัฒนธรรมเวียดนามที่เข้ามา คนเวียดนามอาศัยอยู่มากในจังหวัดนครพนม อุดรธานี ส่วนอุบลราชธานีจะแค่กลางๆ
คนเวียดนามเข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 5 ประเทศเขาประสบปัญหาเรื่องภัยพิบัติ ทำกินไม่ได้เลยอพยพ แล้วส่วนหนึ่งพอมีปัญหาการเมืองก็เข้ามา แต่เราจะมองคนเวียดนามว่าเขาเข้ามาสมัยสงครามเวียดนาม นั่นคือเราไม่มีการอธิบายประวัติศาสตร์ให้ชัดเจน ประวัติศาสตร์แบบนี้จะถูกปิดไว้ไม่ให้เรียน ถ้าเราศึกษาจริงๆจะพบว่า South East Asia มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
SIU: ตอนนี้อาจารย์เขียนงานศึกษาทางด้านใดบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ตอนนี้เขียนงานเน้นอีสานก่อน เพราะอยู่ในพื้นที่ด้วย แล้วก็จะค่อยๆขยาย จะทำในเรื่องอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ในเรื่องอิทธิพลของวัฒนธรรมเขมร เรื่องของการสร้างบารายหรือสระน้ำ คือเป็นเรื่องการจัดการน้ำในสมัยโบราณ ศึกษาเพื่อจะดูว่าการเอาภูมิปัญญาในอดีตมาพัฒนาท้องถิ่นในปัจจุบันได้อย่างไร
คือการต่อยอด ความรู้ในอดีตมีอยู่แล้ว แต่พอเปลี่ยนวัฒนธรรม เปลี่ยนมาเป็นปัจจุบัน ภูมิปัญญานี้ก็หายไป มันกลายเป็นแค่แหล่งโบราณคดี กลายเป็นแค่อะไรบางอย่างซักอย่างหนึ่ง พอปัจจุบันก็กลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือการปฏิวัติเขียว มีทุกอย่าง แต่เราลืมไปว่าในอดีตเคยใช้สำเร็จมาก่อน ทำไมเราไม่เอากลับมาใช้

ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ
SIU: ชาวบ้านที่อาศัยตามลุ่มแม่น้ำมีวิถีชีวิตอย่างไรบ้าง มีลักษณะที่แตกต่างกับคนพื้นที่อื่นมากน้อยเพียงใด
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ในมุมมองผมนะ เมื่อก่อนผมมองว่าคนอีสาน คนในเขตลุ่มน้ำโขง หรือคนในเขตนอกสังคมเมือง เป็นคนที่มีชีวิตเรียบง่าย จริงๆแล้วผมเพิ่งมาอยู่อีสานประมาณ 2 ปี ก่อนหน้านั้นก็เข้ามาทำงานบ้าง ทำการศึกษาวิจัยบ้าง ตอนนั้นสังเกตแค่ว่าทำไมผู้คนแถบนี้มีความเป็นอยู่เรียบง่ายดีจัง คือผมไปอ่านหนังสือของต่างชาติเล่มหนึ่ง เขาเขียนว่าคนสยามขี้เกียจ ตอนนั้นก็สงสัยว่าทำไมเขาจึงกล่าวอย่างนั้น ผมก็พยายามหาคนอธิบายและก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งอธิบายว่า
ในมุมมองของต่างชาติ หมายถึงช่วงรัชกาลที่ 4-5 ซึ่งตอนนั้นมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว ต่างชาติมองว่าคนที่ไม่ได้ทำงานในระบบก็เหมือนกับคนที่ไม่มีงานทำ เป็นคนขี้เกียจ แต่ในขณะที่วัฒนธรรมของ South-East Asia หรือคนในภูมิภาคนี้ ของกินเขามีอยู่ทุกบ้าน หรืออย่างแถวบ้านผมที่อยู่เชียงใหม่ จะพบว่าเวลาที่ทำกับข้าว ชาวบ้านเขาจะตั้งหม้อก่อน แล้วเดินหาผักในบ้านซึ่งเด็ดข้างรั้วได้
ดังนั้นชีวิตก็ดูเรียบง่าย เนื่องจากผมโตในสังคมเมือง ก็จะถูกสังคมเมืองสอนมาว่าต้องทำงานเลี้ยงปากท้อง ระบบงานและระบบแรงงานได้เข้ามาครอบงำ แต่พอมาดูต่างจังหวัดมันไม่ใช่ เขาทำงานในบางห้วงเวลา ดูจากแม่บ้านที่คณะผม เขาซื้ออาหารแค่มื้อละ 10 บาท คือเป็นเนื้อสัตว์บ้างในบางมื้อ นอกจากนั้นเขาก็ทำกินเอง พืชผักก็หากินได้ในท้องถิ่น
ผมเพิ่งกลับมาย้อนดู พบว่าในอดีตอาหารของคนในแถบนี้ มันมีอยู่ในธรรมชาติที่เขาหากินได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปหางานทำ ในขณะที่ความคิดของคนที่มองว่าการไม่ทำงานคุณไม่มีเงิน ไม่มีอาหาร แต่ในขณะนี้คนในอีสานเขาจะมองตรงข้ามกับเรา ว่าเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องไปผันตัวเป็นแรงงานในสังคมเมือง แต่สามารถอยู่ได้โดยธรรมชาติในชุมชนของเขา
ขณะที่ในปัจจุบัน เขาก็ยังดำรงชีพอย่างนี้อยู่ครับ กล่าวคือในแต่ละวันเขาใช้เงินแค่ไม่กี่บาท ผักปลาก็หาได้ในท้องถิ่น คือพอมีวิธีคิดแบบนี้ เราจะรู้สึกเลยว่าเราถูกตะวันตกครอบงำ เสร็จแล้วที่เขาบอกว่าถ้าคุณไม่ทำงาน คุณคือคนขี้เกียจ แต่พอมามองจริงๆมันไม่ใช่ เพราะว่ามันเป็นวิถีแบบนี้มาตั้งแต่ในอดีตแล้ว คนอีสานกับคนใน South East Asia จริงๆที่ไม่ได้อยู่ในสังคมเมือง เขาสามารถอยู่กันได้ แต่เราไปคิดว่าเขาอยู่ไม่ได้ จะเห็นจากตอนที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวในถิ่นทุรกันดาน เราจะเกิดความรู้สึกว่าเขาอยู่กันได้อย่างไร ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ก็มีการปรับเปลี่ยนกันบ้าง คือเริ่มไปทำงานและเข้าสู่ระบบแรงงานสู่ภาคสังคม
SIU:  หลังจากที่เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นของที่นี่กันแล้ว เราจะเห็นการเคลื่อนไหวทางสังคมของชาวอุบลราชธานีทั้งในกรณีเขื่อนปากมูล หรือเขื่อนไซยะบุรี ไม่ทราบว่าอาจารย์หรือทางมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้มีส่วนร่วมอะไรในการขับเคลื่อนกับกลุ่มก้อนทางภาคสังคมนี้ ในส่วนของการเมืองภาคประชาชนในอุบลราชธานีบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ในเรื่องเขื่อนปากมูลนี้ ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงเลยคือ ผศ.ดร.กนกวรรณ มะโนรมย์ คณบดี คณะศิลปศาสตร์ เพราะท่านทำงานด้านนี้จนประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับเขื่อนปากมูล ท่านเป็นคนพื้นที่กล่าวคือส่วนใหญ่แล้วคนในชุมชนอีสานจะเป็นคนขับเคลื่อนเอง ถ้าหากจะบอกว่าเป็นคนจากภายนอกหรือ NGOs มาขับเคลื่อน ผมมองว่าไม่ใช่เสียทีเดียว กรณีเขื่อนปากมูลจะเป็นคนในท้องถิ่นเองที่ได้รับการศึกษาแล้วก็มาพัฒนาชุมชนของตนเอง
SIU: ตอนนี้ปัญหาที่ได้ยินบ่อยๆ ก็จะเป็นปัญหาจากแรงงานต่างประเทศหรือแรงงานต่างด้าว เหมือนเราเสียภาษี เสียประกันสังคมให้กับระบบสาธารณสุข แต่ว่าเราก็ต้องดูแลพวกเขาด้วย ปัญหาหลักของลุ่มแม่น้ำโขงนี่คืออะไร
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมมองว่า เขามาอยู่ประเทศไทยเราก็ต้องดูแลเขา เงินที่เขาใช้บางส่วนก็กลับคืนสู่ประเทศเรา มันเป็นการเสียภาษีทางอ้อมก็เป็นรายได้ให้แก่ไทยอีกทางหนึ่ง เขาจ่ายภาษีโดยไม่รู้ตัว การขึ้นแท็กซี่ ขึ้นรถเมล์อันนี้เป็นการจ่ายในสังคมอยู่แล้ว ส่วนการซื้อของก็ต้องกินก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว คือมันเป็นภาษีที่มองไม่เห็น
ผมมองว่าการเข้ามารับการรักษาพยาบาล ไม่ใช่ว่าเราเอาเงินของเราไปช่วยเขา ส่วนหนึ่งเขาก็จ่าย กำลังซื้อของเขาก็มี เขาก็ซื้อของใช้เหมือนกัน โดยเฉพาะของไทย นิยมมากในต่างแดน ถ้าคุณไปในประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเป็น Made in Thailand กับ Made in China เขาจะซื้อทันทีเลย เราจะตีตลาดตรงนี้ได้ หากเรามองมุมกลับเขาก็จะพบว่าเขาก็จ่ายภาษีเหมือนกัน
SIU: อาจารย์มองว่าอะไรเป็นปัญหาบ้างสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ปัญหาคือเรื่องประวัติศาสตร์ ผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์ที่เป็นเหมือนความแค้นที่เราถูกปลูกฝังมาแต่อดีต แล้วก็ฝังในใจคนไทยหลายๆคน สำหรับคนที่ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ เช่น เรามองพม่าอย่างหนึ่ง มองลาวอย่างหนึ่ง มองกัมพูชาอย่างหนึ่ง แล้วเคยถามเขาไหมว่าเขามองอย่างไร ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไม่ตก
SIU: คนเวียดนาม ลาว พม่า มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: เวียดนาม ลาว พม่า ต่างกันที่กลุ่มชาติพันธุ์ ผมมองเรื่องภาษาพม่าเป็นกลุ่มหนึ่ง พูดภาษาอีกภาษาหนึ่ง ส่วนลาวก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งพูดภาษาหนึ่ง เวียดนามก็เช่นกัน สามภาษาสามกลุ่ม แต่สามกลุ่มนี่นับถือศาสนาเดียวกัน คือศาสนาพุทธแค่แบ่งนิกายแค่นั้นเอง
เวียดนามเป็นพุทธมหายาน ลาวและพม่าเป็นพุทธเถรวาท ผมมองว่าศาสนามันก็ทำให้คนเหมือนๆกันได้ แต่ผมคิดว่าใน South East Asia จริงๆไม่แบ่งศาสนาแต่มีศาสนาหลัก ในขณะเดียวกันเราไม่มีปัญหาเรื่องศาสนา ในอดีตถ้าย้อนดูจริงๆเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องศาสนา จะมีปัญหาเรื่องพรมแดนกับการเมือง ตอนนี้ศาสนากลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
อย่างที่เห็นก็คือที่พม่า ที่ยะไข่ โรฮิงยา ศาสนาพุทธก็คือพม่าเป็นคนยะไข่ โรฮิงยาเข้ามาในสมัยอังกฤษปกครอง ในอดีตไม่เคยมีปัญหา แต่พอเริ่มเป็นชาตินิยม เขาจะเอาศาสนามาเป็นเส้นแบ่งทันทีเลย ก็เกิดสงครามกัน
เหมือนไทยกับมุสลิมทางใต้ไม่เคยมีปัญหาศาสนาเลย พอเขาจะแบ่งดินแดนก็กลายเป็นเรื่องการเมือง เขาจะเอาศาสนาเป็นตัวแบ่งทันที คุณไปดูสมัยอยุธยา มัสยิดอยู่ข้างวัด ก็อยู่ด้วยกันได้ไม่เคยมีปัญหา สังคมไทยเป็นแบบนี้ในอดีต ต่างคนต่างนับถือศาสนาของตัวเอง แต่อยู่ในสังคมเดียวกันได้ พูดภาษาเดียวกันและทำอะไรคล้ายๆกัน แต่พอมีการเมืองเข้ามาแล้วจะใช้เป็นเครื่องมือเสียส่วนใหญ่
ผมมองว่าคนพม่ามีความภูมิใจในชาติของเขา พม่าประกอบด้วยหลายชนชาติ ได้แก่ พม่า มอญ กะเหรี่ยง แม้เขาจะมีปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ แล้วความชัดเจนของเขาคืออะไร ถ้าคุณไปดูประวัติศาสตร์ กบฏเกือก สมัยที่เขาไล่ เขาบอกให้ชาติอาณานิคมต้องถอดรองเท้าถุงเท้าตอนเข้าวัด การเรียกร้องเอกราชก็เป็นความภูมิใจของคนในชาติ ผมมองว่าเขามีบางจุดที่ร่วมกันในทางประวัติศาสตร์ สมัยที่เขามีความภูมิใจในความเป็นพม่าอยู่ ดังนั้นเขาจะแข็ง
สำหรับการเดินช้า ผมมองว่าเป็นข้อดีของเขา ผมเพิ่งไปพม่ามาเมื่อเดือนที่แล้ว เขาบอกว่าเขากลัวการเปิดประเทศ เพราะว่าจะทำให้การเกิดชนชั้นที่ห่างกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่เข้าถึงโอกาสและทุนก็จะเป็นแค่คนกลุ่มเดียวคือทหารและนักธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับทหาร แต่สำหรับคนในท้องถิ่นก็จะห่างโอกาสกับทุนมากขึ้นๆ นี่คือคนพม่าเขาวิเคราะห์อย่างนั้น เขาก็กลัว
การที่เงินทุนเริ่มไหลมาสู่พม่า ผมคิดว่าเราจะต้องเริ่มตั้งคำถามหรือใช้ Question Mark ตัวโตๆว่าใครจะได้ทุนก้อนนี้ ประชาชน หรือนักธุรกิจกับกลุ่มทหาร เราลองไปดู ก็เห็นว่ามีแค่คนไม่กี่กลุ่มที่ได้ทรัพยากรตรงนี้ไปอยู่ดี สายการบินบางสายการบินเป็นลูกเขยของนายพลตานฉ่วย บริษัทหลายบริษัทเป็นเครือญาติของทหาร เพราะเขาคือนักการเมืองทั้งนั้นเลย พอเปิดประเทศคนที่ได้โอกาสก็คนกลุ่มนี้อยู่ดี มันก็จะยิ่งไปเสริมความแข็งแรงของเขามากขึ้น แล้วคนที่เป็นแค่ประชาชนก็จะกลายเป็นแค่แรงงาน ที่ต้องเสียภาษีซื้อของให้เขาอยู่ดี

ภาพจาก new.priyo.com
SIU: ย้อนกลับมาที่ปัญหาของโรฮิงยา หรือลาวม้ง จะมีพรมแดนที่ตั้งค่ายผู้ลี้ภัย ประเทศเราก็จะโดนตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกากดดันว่าจะต้องใช้เป็นที่พักพิงสำหรับผู้ลี้ภัยอย่างนี้ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงก็มองว่าเป็นปัญหา เพราะว่าเรามีภาระต้องดูแลประเทศของเราอยู่แล้ว แล้วเราต้องไปดูแลประเทศที่สามอีก พอจะผลักกลับไป ทั้งฝ่าย NGOs บ้าง ฝ่ายสหรัฐอเมริกาบ้าง ก็จะเข้ามามีอิทธิพลและแทรกแซงบ้าง อาจารย์คิดว่าตรงนี้เราควรจะแก้ปัญหาอย่างไร
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ตัวอย่างเช่นที่เพชรบูรณ์ที่ต้องการให้ผลักกลับ หรือที่สระบุรี หรือบางส่วนก็ถูกส่งไปประเทศโลกที่สามแล้ว ผมมองว่ามันเป็นปัญหาของชาติหนึ่ง อย่างมีปัญหากับลาว ม้งก็เป็นอีกสายหนึ่ง เขามองว่าไม่ใช่ไทย ไม่ใช่ลาว ก็จะเป็นปัญหาทั้งเรื่องยาเสพติด และการตัดไม้ทำลายป่าที่เขาอ้างขึ้นมา เขาก็พยายามต่อสู้กับม้ง ผมมองว่าม้งเป็นประชาธิปไตย ไปรับเงินสหรัฐฯมารบกับลาว ถ้าตอนนี้เข้าไปในลาวก็จะพบว่ามีม้งบางส่วนที่เชื่อว่า ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นในลาว อันนี้ม้งเคยอธิบายให้ฟัง
เขาอธิบายว่าสหรัฐนี่อาจจะไม่ใช่ภาครัฐ แต่เป็นคนม้งที่ไปอยู่มาก่อนแล้วจะกลับมากู้ชาติส่งเงินมาช่วย เขามองว่าพอประเทศเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ ตัวเขาก็ถูกกันออกจากระบบ โอกาสทางทรัพยากรถูกกันหมดเลย ถูกมองเป็นคนนอก แต่ถ้าเป็นประชาธิปไตยเขาจะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศกับทรัพยากรและโอกาสด้วย
SIU: เขาเรียกว่าเป็นปัญหาของคนชายขอบด้วยหรือเปล่า
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมมองว่าสหรัฐฯใช้เป็นเครื่องมือในสงครามเย็นด้วย ผมมองว่ายังเป็นผลตกค้างอยู่ ที่สหรัฐฯเอาไปใส่กับม้ง เพื่อรบกับลาว แล้วตั้งฐานทัพที่อุดร แล้วสหรัฐฯก็สร้างขบวนการใต้ดิน ปล่อยคนไปสร้างความคิดระบบประชาธิปไตยกับม้ง ก็เลยรบกันเอง ม้งบอกว่าจะเป็นประชาธิปไตยแต่ลาวบอกว่าไม่ ต้องเป็นคอมมิวนิสต์ แล้วมันก็กลายเป็นคู่ตรงข้ามแล้วมันก็รบกัน แล้วพอปัญหานี้มันเข้ามาไทยในสมัยสงครามเย็น ไทยก็ต้องรับ
คือในเมื่อให้เขามาตั้งฐานทัพแล้ว ก็ต้องรับลูกต่อ แล้วก็เลยมาตั้งศูนย์อพยพในเขตเพชรบุรี และสระบุรี ซึ่งอาจจะมีอีกหลายที่ด้วย พอสงครามเวียดนามจบ สหรัฐก็เลยถอนทัพออก แต่ผลผลิตจากเกมนี้มันยังอยู่ เราก็พยายามผลักดันไปประเทศโลกที่สาม ซึ่งสหรัฐอมเมริกากับลาวก็เป็นเพื่อนกันแล้ว ไม่ใช่ศัตรูกันต่อไป นี่ก็เป็นนโยบายใหม่ เพราะฉะนั้นมันต้องทำให้เราเหยียบเรือทั้งสองแคม ถ้าจะส่งม้งกลับไปลาว เราก็จะโดนสหรัฐว่า เราส่งคนกลับไปตาย แต่ถ้าเราส่งคนไปประเทศโลกที่สาม ก็ยังพอเคลียร์กันได้ เพราะสหรัฐก็ยังเป็นส่วนหนึ่ง
ในขณะเดียวกันเราก็ต้องสานสัมพันธ์มิตรภาพไทยลาวไว้ให้ได้ แต่ตอนนี้มันจบแล้ว เพราะที่เพชรบูรณ์เขาก็ส่งกลับแล้ว ส่วนหนึ่งก็ส่งกลับประเทศแล้วสหรัฐอเมริกาก็เข้าไปช่วยเหลือ ส่วนหนึ่งสหรัฐฯก็พยายามเคลียร์ให้ ว่าส่วนที่กลับไปลาวก็ห้ามไปแกล้งไปทำอะไรทั้งสิ้น คือตอนนี้สหรัฐฯก็เข้าไปในลาวเพื่อช่วยเหลือเขา เหมือนที่เข้าไปในเวียดนาม สหรัฐฯก็พยายามจะเปลี่ยนท่าทีบ้าง เพราะว่าตอนนี้สหรัฐฯมองว่าจีนคือปัญหา ไม่ได้มองเวียดนามหรือลาวว่าเป็นปัญหา สหรัฐเขาจะเล่นสองบทบาทเสมอ ส่วนหนึ่งจะเล่นบทดี แล้วอีกส่วนหนึ่งจะส่งคนมาใต้ดิน
SIU: อย่างที่เราทราบกันดีว่าจีนเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนต้นของลุ่มแม่น้ำโขง และค่อนข้างมีอิทธิพลค่อนข้างมากในลุ่มแม่น้ำโขง ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาก็ประกาศชัดเจนว่าจะกลับเข้ามาสานความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในเอเชียใหม่ อาจารย์มองในมิติการเมืองระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมมองว่าในช่วงยุคก่อนสงครามเย็นหรือนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา ตอนนั้นถือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในมิติการเมืองจริงๆ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของสงครามทางด้านเศรษฐกิจแล้ว จะเริ่มมีการมองว่าเป็นการทำให้มีความคุ้มค่าเงินอย่างนั้นมากกว่า ถือเป็นสงครามแบบใหม่ กล่าวคือจีนเขาส่งคนออกนอกประเทศตลอดถ้าไปดูประวัติศาสตร์ อันนี้ก่อนเข้าไปในสหรัฐอเมริกา คือคนเขามีจำนวนมหาศาลมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว ดังนั้นผมจึงมองว่าอาจเป็นการขยายฐานอำนาจ
แต่เนื่องจากเราไม่ได้อยู่ในวัฒนธรรมจีน เราจะไม่เข้าใจความคิดเขา แต่ถ้ามองจากคนภายนอกจะเห็นว่าเขาจะสืบทอดวัฒนธรรมเขาอย่างต่อเนื่องเลย ดังนั้นถ้ามองเรื่องวัฒนธรรมและการเมือง ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องวัฒนธรรมของเขาอยู่แล้วที่จะขยายอำนาจออกไปเพื่อสร้างฐานอำนาจของเขาขึ้นมา คือจริงๆแล้วก็ยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องอำนาจหรือเปล่า แต่คนจีนล้นประเทศอยู่แล้ว เป็นความจำเป็นที่เขาจะต้องขยายคนออกมา
ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องสืบทอดความเป็นจีนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม วันไหว้บรรพบุรุษ ก็คือวัฒนธรรมมันจะนิ่งตลอด อาจจะมีบ้างบางพื้นที่ที่มีการปรับเปลี่ยนบ้าง แต่เราก็ยังมองออกว่าเป็นจีน เป็นไชน่าทาวน์
คราวนี้ หากมองในภาพในปัจจุบันที่มองจากวิธีคิดของตะวันตกหรือนักวิชาการจะพบว่า นี่เป็นวิธีการขยายอำนาจของจีน ซึ่งเราก็ไม่รู้วิธีคิดของจีน ซึ่งอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าเรามองเพิ่มเติมว่าในวัฒนธรรมจีนหลัก คิดอย่างนี้หรือเปล่า บางคนนี่กลัวจีนมาก อาจารย์บางท่านถึงขั้นต่อต้านจีนเลย แต่จีนก็ไม่ได้สนใจและยังจะเข้ามา
จีนเป็นชาติที่ชาญฉลาดคือใช้วัฒนธรรมมากลืนความขัดแย้ง แต่สหรัฐอเมริกายังคงเดินเกมแบบการเมืองรุ่นเก่าอยู่ ยังคงกลัวสงครามเย็นอยู่ ในมุมมองของผม แต่ในขณะจีนเขามองข้ามสงครามเย็นไปแล้ว แม้อาจจะมีบ้างเล็กน้อยที่บอกโอเค แต่เมื่อคุณยังเล่นเกมแบบโบราณอยู่ จะมาขอใช้พื้นที่ใน South East Asia ขอตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แต่จริงๆแล้วคุณอาจจะมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือทหาร
ผมว่าจีนมองว่าสหรัฐอเมริกายังมองการเมืองระหว่างประเทศเป็นเรื่องโบราณอยู่ แต่ในขณะที่จีนมองเรื่องเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของโลก โดยที่เขาจะให้ตัวเองเป็นตัวผลิตวัฒนธรรมใหม่ โดยจีนจะเป็น New Culture หรือ New Order
SIU: อาจารย์ได้คลุกคลีอยู่กับคนในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและได้เห็นบทบาทของจีนที่เข้ามา ถ้าอาจารย์เป็นสหรัฐอเมริกา อาจารย์จะทำอย่างไร คือทางสหรัฐอเมริกา เขามีโครงการมิสซีสซิปปี้ที่มาศึกษาเหมือนกับโครงการแถบลุ่มแม่น้ำโขงแล้วก็พยายามจำกัดการเข้ามาเกี่ยวพันของจีน อาจารย์คิดเห็นอย่างไร
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมต้องถามว่าสหรัฐอเมริกาต้องการอะไร คือสหรัฐอเมริกามองว่าคอมมิวนิสต์ หรือสงครามเย็น หรือแค้นฝังหุ่นที่เขาไม่เลิก เหมือนสหรัฐอเมริกาต้องการขีดไม้บรรทัดของโลกถึงสิ่งที่เขาทำ คือสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ตรงข้ามกับเขาคือสิ่งที่ผิด ผมจึงมองว่าสหรัฐอเมริกายังคิดแบบโบราณอยู่มากจะบอกว่าไม่ทันสมัยเลยก็ว่าได้ ผมคิดว่าเป็นไปได้สูงที่สหรัฐอยากมาใช้เกณฑ์แบบเดิมเหมือนช่วงก่อนสงครามเวียดนาม แต่อิทธิพลเขาเปลี่ยนไป จากการใช้อำนาจในมิติทางการทหารหรือการเมืองแบบเดิม หันมาใช้อำนาจเชิงวิชาการมากขึ้น รูปแบบวิธีการเปลี่ยน แต่ concept ยังเชยมากในขณะที่จีนมองข้ามไปแล้ว

วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำโขง อาเซียนกับประเทศเพื่อนบ้าน
SIU: เราจะเห็นว่ามีการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านกันค่อนข้างสูง อยากทราบมุมมองอาจารย์ในอีก 3 ปีข้างหน้าที่จะเปลี่ยนเป็นประชาคมอาเซียน ในเสาของเศรษฐกิจนี้ จะมีผลกระทบบ้างหรือไม่ หรือว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: คือผมมองอย่างนี้ ตามพื้นฐานของผมนั้น ผมจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ จบปริญญาโทโบราณคดี ผมมองว่าเราโดนการศึกษาครอบงำ พอผมศึกษาด้านวัฒนธรรม ขณะที่การศึกษาจะให้ศึกษาเรื่องรัฐและเส้นพรมแดนว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
พอเรามาดูในมิติวัฒนธรรม มันจะไม่มีเส้นพรมแดน พอเรายกเส้นออก เราไม่มีประเทศซักประเทศเลย พอเรามองว่าการค้ามันเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้วที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันกับคนในพื้นที่ ผมไม่อยากบอกว่าต่างพื้นที่ เพราะมีแค่แม่น้ำโขงกั้นกลาง แต่พอเป็นรัฐและเอาเส้นมากั้น มันกลายเป็นคนละพื้นที่ทันที ถ้าถามผมเรื่องวัฒนธรรม ผมว่าจะไม่เปลี่ยน แต่ว่าจะมีสินค้าเข้ามามากขึ้นไหลออกมากขึ้นแค่นั้นเอง เพราะว่ากฎที่เคยเป็น Nation State ถูกยกเลิกด้วย AEC แต่การค้า การแลกเปลี่ยนมันเหมือนเดิมอยู่แล้ว พอดึงเส้นเขตแดนออกมันจะง่ายมากขึ้น
คือแรงงานที่กลัวว่าจะทะลักเข้าหรือทะลักออก ก็มี 7 อาชีพ ได้แก่ วิศวะ พยาบาล แพทย์ ฯลฯ ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก แต่ส่วนใหญ่คนในฝั่งประเทศไทยยังไม่รู้ เขาคิดว่าพอเปิดอาเซียนเขาจะโดนแย่งแรงงานหรือว่าสามารถไปทำงานต่างประเทศได้ทันที โดยที่ถือว่าเป็นอาเซียน แต่จริงๆมันไม่ใช่
ผมคิดว่าการรับรู้อาเซียนของคนไทยหรือว่าสังคมไทย มันยังไม่มากพอ หรือว่ายังขาดความลึกซึ้ง พอเปิดเป็นประชาคมอาเซียน เช่นผมเป็นครูผมไปสอนที่ลาวได้เลย มันไม่ใช่ แรงงานแบบรายวันก็ไม่ได้เหมือนกัน มันก็ยังคงมีเงื่อนไขต่างๆอยู่ มันมีแค่ 7 อาชีพที่เขาเปิด และมีราวๆ 10 อาชีพที่เขาขาดแคลน
ผมว่าแต่ละประเทศก็กลัวตัวเองจะไม่มีแรงงาน เหมือนประเทศไทยตอนนี้ แรงงานที่ใช้แรงงานจริงๆจะไม่มีแล้ว ต้องเอาแรงงานจากเพื่อนบ้านเข้ามาเช่นกัน ทีนี้ประเทศเพื่อนบ้านก็เหมือนกัน ถ้าเกิดการลงทุนในลาว การลงทุนในเวียดนาม เขาก็กลัวเหมือนกันว่าเขาจะไม่มีแรงงาน เพราะว่าต้องใช้แรงงาน ผมจึงมองว่าแต่ละประเทศก็ยังมีอุปสรรคระหว่างกันอยู่ เขาก็คงเหมือนกันที่ว่ากัมพูชาตอนนี้ก็รอให้จีนมาลงทุน ลาวก็รอ เวียดนามก็รอ ทุกชาติก็มีความฝันของตัวเองหมดว่าอยากให้ทุกคนมาลงทุน
เราก็รอ แต่เรารอไม่ได้ นอกจากคุณจะเปลี่ยนเขตหรือบางอำเภอชายแดนให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม แล้วก็ทำให้เป็นแรงงานรายวัน คือไปเช้าเย็นกลับอาจจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า แต่ก็จะเกิดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องอะไรอีกหลายๆอย่างตามมา
SIU: ปัจจุบันคนมักเทความสนใจการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในด้านเศรษฐกิจหรือ AEC ทั้งๆที่มีตั้ง 3 เสา อาจารย์คิดเห็นอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: คือคนมักจะเอาเรื่องเศรษฐกิจมาตั้ง แต่ผมว่าเรื่องวัฒนธรรมมันจะกว้างกว่า คือผมไม่อยากเอาเงินมาจับหรืออธิบาย ตอนนี้ผมมองว่ายิ่งโลกมัน Globalization มากขึ้นเท่าไหร่ ความแตกต่างมันก็ยิ่งมากขึ้น เพื่อที่จะหาจุดเด่นของเราเอง เราจะสร้างเองมันไม่ได้ มันไม่โดนคัดกรอง มันไม่โดนเลือกสรร อะไรที่มันสร้างอยู่แล้ว มันก็จะกรองจะคัดสรรด้วยตัวของมันเอง มันจะมีความหลากหลายของมันเอง
ผมจึงคิดว่านี่จะเป็นจุดแข็งมากกว่า จะอยู่ได้นานกว่า คือถ้าจะเน้นจุดแข็ง จะเน้นอาเซียน แต่ไม่มองเรื่องวัฒนธรรม หาจุดแข็งไม่เจอเราจะไปต่อไม่ได้ เราจะเป็นที่หนึ่งไม่ได้ วัฒนธรรมจะช่วยส่งเสริมอะไรหลายๆอย่าง แต่ผมไม่อยากมองว่าวัฒนธรรมที่หลากหลายจะส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจ นั่นก็จะเป็นการมองเรื่องเงินมากเกินไป แต่ผมมองว่าวัฒนธรรมจะเป็นตัวตอบโจทย์ของคนในพื้นที่ได้ดีที่สุด ในเรื่องอาหาร ภูมิปัญญา การแต่งกาย ความเชื่อ ทุกอย่างมันจะสอดคล้องกัน
วัฒนธรรมมันเป็นเรื่องท้องถิ่นที่มันมีของตัวมันเองอยู่แล้ว ที่มันสามารถได้เกิดขึ้นมาด้วยตัวมันเอง สร้างด้วยตัวของมันเอง มันใช้ได้ดีอยู่แล้ว ถ้าเราเอาที่อื่นมาใส่ก็จะเกิดปัญหา เช่นเรื่องเครื่องแต่งกาย สมมติเอาสูทมาใส่ในพื้นที่เขตร้อนชื้น มันไม่มีความสุข แต่สมมติคุณใส่ชุดของคุณเอง เช่น โสร่ง ผ้าฝ้าย มันก็สบาย นี่แค่ตัวอย่างหนึ่ง
ในขณะเดียวกันมันก็จะโยงกันไปหมดทุกอย่าง แค่การทำผ้าพื้นเมืองมันก็จะโยงไปถึงเศรษฐกิจชุมชน อุตสาหกรรมในชุมชน ดังนั้นทุกคนก็ต้องเข้าไปทำงานในโรงงานกันหมด แต่ในขณะเดียวกัน การที่คุณสร้างเศรษฐกิจชุมชน ก็จะสร้างให้คนในพื้นที่มีอาชีพ ไม่ต้องไปใช้แรงงาน ทุกๆเรื่องจะไปด้วยกันหมดเลย ถ้าคุณค่อยๆเขียนเป็น Mind Map หรือ Tree Map ค่อยๆร่างเป็นต้นไม้ ก็จะเห็นว่าความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นมันจะส่งผลอย่างไร
ผมมองว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากปัญหา แล้วมันก็จะหวนกลับมาเองว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราจะทำอย่างไร มีนักคิดแบบนี้หลายคน ในที่สุดชาวบ้านเห็นปัญหา เขาก็จะย้อนกลับมาเอง ผมมองว่าตอนนี้สังคมไทยก็ได้รับการศึกษามากขึ้น มีปราชญ์ชุมชน ผมมองว่าเมื่อมีปัญหามันก็จะสามารถแก้ไขได้เอง

อาจารย์เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ ศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
SIU: หากพูดถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในมุมมองของหลายๆประเทศนั้น ในฐานะที่อาจารย์ศึกษาวิจัยสังคมในเขตลุ่มแม่น้ำโขง อาจารย์คิดว่าเราควรจะ Re-brand ภาพลักษณ์ของเราอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: เลิกคิดว่าเราเป็นพี่ใหญ่ เลิกคิดว่าเราเป็นเบอร์หนึ่ง เรื่องเสียเอกราช เราต้องไปรื้อประวัติศาสตร์ รื้อการเรียนการสอนใหม่หมดเลย เพราะฉะนั้นที่เราสอนเรื่องพม่า เราเกลียดพม่า เพราะว่าพม่ามาตีเรา เรามองลาวว่าเป็นน้องเพราะว่าเขาอ่อนกว่าเรา ในหลายๆเรื่องเขาอ่อนกว่า เรามองกัมพูชาว่าเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจ
นี่คือสิ่งที่คนไทยมองแล้วเคยศึกษาแต่ละชาติไหม ผมเคยไปพม่า พม่ามองเราด้วยความชื่นชมว่าเราสามารถมาอยู่ในสังคมโลกได้ทันสมัยมาก มีทุกอย่างครบ ลาวจะมองว่าเราเป็นคนฉลาดแกมโกง ไว้ใจไม่ได้ กัมพูชาก็จะมองว่าเราเป็นคนฉลาดแกมโกงเหมือนกัน ขณะที่ประวัติศาสตร์ของไทย ไม่ได้คิดกับประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นอาเซียนด้วยกันในลักษณะที่เป็นเพื่อน
เนื่องจากไทยโดนกล่อมเกลาด้วยเรื่องของการศึกษาในเรื่องชาติ หรือ Nation แต่ประเทศเหล่านั้นถูกอาณานิคมมาครอบงำ ทำให้ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ลาว ลาวเป็นคำดูถูก เราต้องเปลี่ยนการศึกษาใหม่ อธิบายใหม่ อาเซียนต้องเรียนตั้งแต่ประถม แล้วก็ประวัติศาสตร์ชาติ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อาจจะต้องลด ต้องเรียนเรื่องในชุมชนของตัวเอง
อาเซียนต้องใหญ่ขึ้นมาในขณะที่ความเป็นชาติหรือว่าประวัติศาสตร์มันจะต้องลดลง หรืออธิบายให้เข้าใจมากขึ้นว่า เขตปลอดของอดีตคืออะไรทำไมประวัติศาสตร์ชาติ เกิดขึ้นมาเพราะอะไร ต้องอธิบายความเป็นเหตุและผลของประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ความเป็นเหตุเป็นผลของช่วงหนึ่ง หรือว่ายุคหนึ่งประวัติศาสตร์ฉบับนี้มันโดนเขียนมาเพื่ออะไร
พอมาถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ต้องเป็นอย่างไร อย่าให้อดีตกับปัจจุบันมาตีกัน ถ้ามาตีกันมันไม่สำเร็จ แต่ถ้านักประวัติศาสตร์จะรู้ว่าประวัติศาสตร์มันคืออะไร มันคือการอธิบายสังคมหรือว่าเป็นแค่ช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งแค่นั้นเอง แต่คนไทยคิดว่าประวัติศาสตร์คือเรื่องจริงและเป็นข้อเท็จจริง และถ้าคิดอย่างนั้นเราก็จะเชื่อ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่

สถานการณ์ข้าวจากระดับอาเซียนสู่ระดับโลก: นัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหาร

สถานการณ์ข้าวจากระดับอาเซียนสู่ระดับโลก: นัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหาร:
ประเด็นข้าว – สำหรับในประเทศไทยได้หยิบยกโครงการจำนำข้าวมาพูดถึงกันอย่างมากและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เรามาดูกันบ้างว่า สถานการณ์ข้าวในโลกและเอเชียเป็นอย่างไรบ้าง??

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ได้นำประเด็น “ข้าว” มาศึกษาและนำเสนอไว้ในรายงานหลายชิ้นด้วยกัน เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขาเห็นว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า รัฐสมาชิกอาเซียนจะเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญมากในตลาดข้าวของโลก 
  • อาเซียนจะส่งออกข้าวได้ประมาณ 53%
  • นำเข้า 14%
  • มีพื้นที่เพาะปลูกโดยรวมประมาณ 29%
  • ผลิตได้ 25% และ
  • บริโภคเพียง 22%
รายงานชิ้นนี้ประเมินภาพรวมและชี้ให้เห็นข้อถกเถียงถึงทิศทางของอุปทานและอุปสงค์ในเรื่องข้าว ตลอดจนการจัดการความเสี่ยงว่าด้วยความผันผวนในราคาข้าว รวมทั้งนโยบาย การบิดเบือนอุปทาน และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ADB นำเสนอกรอบตัวแบบที่เรียกว่า “Arkansas Global Rice Model” หรือ AGRM ที่ให้อาเซียนเป็นเสมือนตัวแทน เช่น การก่อตั้งคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Food Security Reserve Board: AFSRB) โมเดลดังกล่าวจะสามารถเข้าถึงการเป็น คนกลาง และเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว โมเดลนี้จะออกแบบให้เห็นความสอดคล้อง เกี่ยวพัน และร่วมมือกันในเชิงนโยบายภายในอาเซียนมากยิ่งขึ้น
ข้าวถือเป็นอาหารหลักของประเทศในอาเซียน และยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาคด้วย โดยในปี 2007-2008 ที่เกิดวิกฤตราคาข้าวนั้น เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในด้านนี้ หันมาร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตเช่นเดิมอีก
การจัดการเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตราคาข้าวนั้น จะประกอบด้วยปัจจัยสำคัญหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านของนโยบาย การบิดเบือนอุปทาน และความเปลี่ยนแปลของสภาพภูมิอากาศ ในอาเซียนนั้นมีการบริโภคข้าวประมาณ 22% ของทั้งโลก และการบริโภคในอีก 10 ปีข้างหน้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 1% ต่อปี

กรวิจัยข้าว ภาพจาก cp e-news
การส่งออกข้าวของอาเซียนนั้นเสื่อมถอยลงจากปี 2010 ถึง 16.6% เราจะเห็นว่าน้ำท่วมที่นาในหลายประเทศของอาเซียนเมื่อปี 2011 นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำลง และในปีที่ผ่านมานั้น นโยบายทั้งด้านการค้า การส่งออก และการนำเข้าข้าวยังมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจข้าวในอาเซียน ซึ่ง 5 ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญของโลกคือ ไทย อินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสัดส่วนครองตลาดข้าวของโลกถึง 87%
อีก 10 ปีข้างหน้าราคาข้าวเมล็ดยาวจะเสื่อมลง จาก 486 เหรียญสหรัฐต่อ 1,000 กิโลกรัม เป็น 421 เหรียญสหรัฐต่อ 1,000 กิโลกรัม ราคาจะตกไปจากเดิมประมาณ 65 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ราคาข้าวเมล็ดกลางนั้น คาดว่าราคาจะคงตัวอยู่ที่ 800 เหรียญสหรัฐต่อ 1,000 กิโลกรัม ถ้าเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา ราคาอ้างอิงจากตลาดโลกระบุว่า ราคาข้าวขาวเมล็ดยาวจะเสื่อมลงมากขึ้น
ทั้งนี้ รายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย สรุปว่า การเป็นแหล่งสำรองข้าวของโลก อาจต้องเพิ่มเครื่องมืออุปกรณ์ในการดูดซับความชื้นจากข้าว การเพิ่มแหล่งจัดเก็บข้าว การเพิ่มการลงทุนในด้านการวิจัยเพื่อการพัฒนา การทำระบบโลจิสติกส์ให้ดีมากขึ้น และจัดการเรื่องโครงสร้างพื้นฐานภายในให้ดีขึ้น เพื่อขยายความเข้มแข็งในด้านนี้มากขึ้น และสร้างบรรยากาศในการค้าข้าวเพื่อตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมที่เป็นอยู่ และขยายตลาดให้กว้างมากขึ้น
ภายในภูมิภาคอาเซียนเองก็ต้องมีความชัดเจนในความสามารถด้านการผลิตภายในประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว และพม่า ต้องพัฒนาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใน เพื่อสนับสนุนให้ชาติสมาชิกแห่งอาเซียนกลายเป็นศูนย์กลางผลิตข้าวรายใหญ่ที่ยั่งยืนมากขึ้น
นอกจากนี้ รายงานอีกหนึ่งชิ้นที่พูดถึงความไม่แน่นอนและความยืดหยุ่นของราคาข้าวในอาเซียนนั้น เขาก็ชี้ให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวจะมีมากขึ้น แต่จะสามารถลดปัญหาดังกล่าวลงได้ หากอาเซียนมียุทธศาสตร์ด้านการค้าในเชิงลึก มีสถานที่สำหรับจัดเก็บข้าวในขนาดที่เหมาะสมทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค มีหน่วยข่าวตลาดที่เฉียบคมพอ และการจะสร้างความเชื่อมั่นในด้านการค้านั้นถือเป็นภารกิจหลักในอาเซียน โดยยกข้อเสนอแนะที่สำคัญให้เห็น 4 ประการ ดังนี้
  • 1. ให้มีการจัดการประเทศต่างๆ ที่นำเข้าข้าวและมีการลดการพึ่งพาตนเองในด้านข้าว โดยเฉพาะประเทศที่มีเป้าหมายเพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนการประกันการนำเข้าข้าวจากประเทศผู้ส่งออก
  • 2. ปรับเงื่อนไขสำหรับการสละสิทธิ์ในด้านข้าวภายใต้ความตกลงด้านสินค้าในการค้าของอาเซียน
  • 3. การเปลี่ยนแปลงโครงการต่างๆ ด้านข้าวในประเทศไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นใด
  • 4. ส่งเสริมให้มีการขยายความร่วมมือด้านนโยบายข้าวกับอินเดียและปากีสถาน
การกระทำเหล่านี้ล้วนรวมมาตรการขยายการผลิตข้าวและกระบวนการต่างๆ โดยเฉพาะในกัมพูชาและพม่าเข้าไว้ด้วย เขายังชี้ให้เห็นว่าไทยเองก็จะกลับมารั้งตำแหน่งผู้ผลิตข้าวได้มากที่สุดของโลก และชาติอาเซียนทั้งหลายก็สามารถที่จะช่วยกันเลี่ยงภาวะที่จะเกิดภาวะของการช็อกที่เกิดขึ้นกับราคาข้าวได้ ด้วยการลดมาตรการเข้มงวดด้านการส่งออก และหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น
ที่มา: Asean and Global Rice Situation and Outlook & Enhancing ASEAN’s Resiliency to Extreme Rice Price Volatility

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน:



บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
พลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ AEC ในส่วนของ ทอท.ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าอากาศยาน จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง ทอท.เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ให้แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองกว่า 200 คน
โอกาสนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมา ได้มอบนโยบายให้กับผู้เข้าร่วมงานสัมมนาพร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง บทบาทของ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ตลอดจนมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ ประเทศไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยรองอธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ และหัวข้อแผนปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)โดยเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทอท.ได้กำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายในการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อเป็นการยกระดับศักยภาพการบริหารงาน โดยเร่งรัดการปฏิรูปการบริหารและการจัดการในทุกมิติให้สามารถรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และที่สำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

ผู้สื่อข่าว : นภสร แก้วคำ(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว : พลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณี