แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียดนาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียดนาม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทีมฟุตบอลเวียดนาม ยอมรับเป็นรองทีมไทย แต่มั่นใจเก็บชัยชนะได้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้

ทีมฟุตบอลเวียดนาม ยอมรับเป็นรองทีมไทย แต่มั่นใจเก็บชัยชนะได้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้:



เริ่มที่ความเคลื่อนไหวฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย อีกสักครู่เวลาประมาณ 20.20 น. ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า แม้ทีมไทย ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแล้ว แต่เกมนี้จะเล่นเต็มที่เพื่อชัยชนะ เน้นเหมือนเกมที่เจอกับฟิลิปปินส์ และพม่า โดยมีเงื่อนไขผู้เล่นติดโทษแบนและมีใบเหลือง อีกทั้งมีอาการบาดเจ็บ แต่ไม่กังวล เพราะมีผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ ด้าน โง เล บาง ผู้จัดการทีมชาติไทย ยอมรับทีมไทย เป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน แต่จำเป็นต้องเปิดเกมรุกเต็มที่ มั่นใจลูกทีมจะเก็บชัยชนะได้
ทีมการท่าเรือไทย เอฟซี ที่เพิ่งหล่นไปเล่นในดิวิชั่น 1 ล่าสุดเตรียมยื่นหนังสือจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล ต่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และเปลี่ยนชื่อสโมสรใหม่เป็น “สโมสรฟุตบอลสิงห์ท่าเรือ” ใช้เป็นชื่อแข่งขันของทีมในการแข่งขันดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้า คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในสัปดาห์หน้า โดยมี ดุสิต เฉลิมแสน ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนของทีมแน่นอนแล้ว
ขณะที่ นายสมชาย ชวยบุญชุม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเจนิฟู้ด สมุทรสงคราม ยังไม่รู้อนาคตของตัวเองว่าจะได้ทำทีมต่อไปหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ของทีมขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องผู้สนับสนุนรายใหม่ รวมทั้งปัญหาการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันไทยลีกในฤดูกาลหน้าด้วย พร้อมประกาศจุดยืน จะให้เวลาทางสโมสรเจนิฟู้ด สมุทรสงคราม จนถึงต้นเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น หากยังไม่คืบหน้า ขอลาออกจากทีม เพราะที่ผ่านมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับทีม แต่เมื่อไม่มีความชัดเจน ก็ต้องตัดสินใจ เพื่ออนาคตของตัวเอง
ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้ฝึกสอนเชลซี เตรียมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด ลงสนามแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเปิดฉากในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคมนี้ เพื่อลุ้นเป็นทีมที่ 2 จากเกาะอังกฤษ ในการครองแชมป์ทัวร์นาเมนต์นี้ นำโดย จอห์น เทอร์รี , แฟรงค์ แลมพาร์ และ แอชลีย์ โคล 3 ผู้เล่นมากประสบการณ์ แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยจะรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อุลซาน ฮุนได แชมป์ทวีปเอเชีย หรือ มอนเทอร์รีย์ แชมป์ทวีปอเมริกาเหนือ ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคมนี้
ส่วนการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเพชรบุรี ติดตามจากคุณเมธี ฉิมจิ๋ว
การแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์สมัครเล่นโลก หรือ ไอบีเอสเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2012 ที่ประเทศบัลแกเรีย ในประเภทชาย ที่มีตั๋วอาชีพโลกเป็นเดิมพัน ในรอบน็อคเอาท์ 64 คนสุดท้าย ประมวล จันทร์ทัด หรือ “แมน เมืองสมุทร” เจ้าของแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด เอาชนะ เจมส์ มิฟซุด มือ 33 จากออสเตรเลีย 4-2 เฟรม ผ่านเข้าไปเจอกับ ฮาบิบ ซูบาห์ จากบาห์เรน มือวางอันดับ 1 ที่ทำสถิติดีที่สุดในรอบแรก ด้าน นพพล แสงคำ หรือ “หมู ปากน้ำ” มือวางอันดับ 4 ออกคิวเอาชนะ ปิแอร์ จอร์แดน วัย 45 ปี จากแอฟริกาใต้ 4-1 เฟรม เข้ารอบไปเจองานหนัก เกเร็ธ อัลเลน จากเวลส์
โมรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสมัครเล่นหญิงของไทยวัย 18 ปี ผลงานยอดเยี่ยมทำเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ 66 สองวัน 10 อันเดอร์พาร์ 134 ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว ทิ้งห่างอันดับ 2 เลเซ่ย์ แอกนิว นักกอล์ฟเจ้าถิ่น 3 สโตรค และอันดับ 3 เป็นของอดีตนักกอล์ฟแอลพีจีเอทัวร์ คริสติน่า คิม ที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 139 ในการแข่งขันรอบคัดเลือก เพื่อเข้าร่วมกอล์ฟ แอลพีจีเอทัวร์ฤดูกาล 2013 สนามที่ 3 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายในรอบที่สอง ที่ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ส่วน พัชรจุฑา คงกระพันธ์ ทำเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 จากการทำ 6 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ รวมสองวัน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 23 ร่วม ที่สกอร์สแควร์พาร์ 144


ผู้สื่อข่าว : วินิดา สุขกาย(2) / สวท. วินิดา สุขกาย(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

ทีมชาติไทย พร้อมลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ทีมชาติไทย พร้อมลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย วันนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012:



ความเคลื่อนไหวฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย คืนนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนี้จะเล่นเต็มที่เพื่อชัยชนะ เน้นเหมือนเกมที่เจอกับฟิลิปปินส์ และพม่า แม้มีเงื่อนไขผู้เล่นติดโทษแบนและมีใบเหลือง อีกทั้งมีอาการบาดเจ็บ แต่มีผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ ด้าน โง เล บาง ผู้จัดการทีมชาติไทย ยอมรับทีมไทย เป็นทีมที่แข็งแกร่งในย่านอาเซียน แต่จำเป็นต้องเปิดเกมรุกเต็มที่ มั่นใจลูกทีมจะเก็บชัยชนะได้


ผู้สื่อข่าว : วินิดา สุขกาย(2) / สวท. วินิดา สุขกาย(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

ฟุตบอลทีมชาติไทย มุ่งมั่นเอาชนะเวียดนามให้ได้ วันนี้ แม้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ฟุตบอลทีมชาติไทย มุ่งมั่นเอาชนะเวียดนามให้ได้ วันนี้ แม้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012:



เริ่มที่ความเคลื่อนไหวฟุตบอลทีมชาติไทย ที่จะลงสนามพบเวียดนาม รอบแรก นัดสุดท้าย คืนนี้ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยผู้เล่นทีมไทยมุ่งมั่นเก็บชัยชนะให้ได้ แม้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแล้วก็ตาม คุณชัยวัฒน์ เหมะทัพพะ รายงาน
ส่วนทีมฟุตบอลหญิงเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย เดินทางไปแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศเวียดนามแล้ว ภายใต้การคุมทีมของ นายสงคราม นากา หัวหน้าผู้ฝึกสอน ด้านนายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวอวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ เพราะการแข่งขันรอบนี้มีความสำคัญ เนื่องจากจะคัดเพียงทีมเดียวเข้ารอบสุดท้าย จึงอยากให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ สำหรับทีมเยาวชนหญิงทีมชาติไทยที่อยู่ในสายเอ จะประเดิมสนามนัดแรก พบ จอร์แดน วันที่ 2 ธันวาคมนี้ จากนั้นวันที่ 4 ธันวาคม จะพบอิหร่าน และนัดสุดท้ายรอบแรก วันที่ 6 ธันวามคม พบกับอุซเบกิสถาน
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟา ประกาศรายชื่อ 3 นักฟุตบอลที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัล ฟีฟา บัลลง ดอร์ ประกอบด้วย ลิโอเนล เมสซี , อันเดรส อิเนียสตา สองผู้เล่นบาร์เซโลนา และ คริสเตียโน โรนัลโด หนึ่งเดียวจาก เรอัล มาดริด สำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม มี 3 คนที่มีโอกาสลุ้นรับรางวัล ประกอบด้วย เปป กวาร์ดิโอลา อดีตผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า , บิเซนเต เดล บอสเก ผู้ฝึกสอนทีมชาติสเปน กับผลงานป้องกันแชมป์ ยูโร เป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ และ โจเซ มูรินโญ ผู้ฝึกสอน "ราชันชุดขาว" ที่พาทีมครองแชมป์ ลา ลีกา ครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ด้าน ชินจิ คากาวะ ผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากทวีปเอเชีย ที่ค้าแข้งต่างแดน จากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ทั้งนี้ คากาวะ กองกลางชาวญี่ปุ่นจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะ ยูโตะ นากาโตโมะ เพื่อนร่วมชาติสังกัด อินเตอร์ มิลาน และ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ผู้รักษาประตูจากออสเตรเลีย ของฟูแล่ม ขณะที่ ลี คุน โฮ ชาวเกาหลีใต้ของ อุลซาน ฮุนได ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ "เอเอฟซี" หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่น จนทำให้ทีมครองแชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ในเดือนนี้ ส่วนรางวัลนักฟุตบอลต่างชาติยอดเยี่ยม เป็นของ โรเจริโอ เดอ อัสซิส ซิลวา คูตินโญ ของ คูเวต สปอร์ต คลับ
ส่วนความเคลื่อนไหวการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเพชรบุรี นักกีฬาหญิงของไทย ยังโชว์ผลงานได้ดี ติดตามจากคุณเมธี ฉิมจิ๋ว
การแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์สมัครเล่นโลก หรือ ไอบีเอสเอฟ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2012 ที่ประเทศบัลแกเรีย ประเภทชาย ประมวล จันทร์ทัด หรือ “แมน เมืองสมุทร” เจ้าของแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด อดีตแชมป์เยาวชนเอเชีย ปี 2004 ลงเล่นกลุ่ม จี นัดสุดท้าย เอาชนะ ปีเตอร์ เคิร์กแฮม จากเกาะแมน 4-0 เฟรม สกอร์ 81-9, 76-29, 79-27 และ 68-37 ทำสถิติชนะ 3 แพ้ 1 เข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของสาย ตามหลัง นพพล แสงคำ หรือ “หมู ปากน้ำ” อดีตแชมป์เยาวชนโลก ปี 2009 ที่ลงเล่นในสายเอ เก็บชัยชนะ 4 เกมรวด ครองแชมป์สาย และหลังการจับสลากรอบน็อคเอาท์ 64 คนสุดท้าย ปรากฏว่า “หมู ปากน้ำ” ที่เป็นมือวางอันดับ 4 จะพบกับ ปิแอร์ จอร์แดน วัย 45 ปี จากแอฟริกาใต้ ขณะที่ แมน เมืองสมุทร มือ 32 พบ เจมส์ มิฟซุด มือ 33 จากออสเตรเลีย โดยมือวางอันดับ 1 ทำสถิติดีที่สุดในรอบแรกคือ ฮาบิบ ซูบาห์ อดีตมือโลกจากบาห์เรน
ผลแบดมินตัน กรังด์ปรีซ์ โกลด์ รายการ “มาเก๊า โอเพน แชมเปียนชิปส์2012”ชิงเงินรางวัลกว่า 3.6 ล้านบาท ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ประเภทคู่ผสม รอบสอง เป็นการพบกันระหว่าง สุดเขต ประภากมล กับ สราลีย์ ทุ่งทองคำ พบ แบก โชล จิน-เย วอน ออม จากเกาหลีใต้ ปรากฏว่า สุดเขต กับ สราลีย์ คู่ผสมมือ 1 ของไทย เอาชนะ 2-0 เซต 21-18 และ21-15 ผ่านเข้ารอบ 8 คู่สุดท้าย โดยจะพบ ริคี วิเดียนโต กับ ปุสปิตา ริชีดิลี จากอินโดนีเซีย ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธ์ เอาชนะ เบเลทริกซ์ มานูปูตี จากอินโดนีเซีย 2-0 เซต 24-22 และ 21-8 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ต้องพบงานหนัก ปุย ยิน ยิป มือวางอันดับ 4 ของรายการ
กอล์ฟรายการพิเศษ "เวิลด์ ชาเลนจ์ พรีเซ็นต์ บาย นอร์ธเวสเทิร์น มูทวล" ชิงเงินรางวัลประมาณ 120 ล้านบาท ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แข่งขันรอบแรก ผลปรากฏว่า นิค วัตนีย์ โปรกอล์ฟสหรัฐฯ ทำ 5 เบอร์ดี ไม่เสียโบกี ครองตำแหน่งผู้นำ ขณะที่ คีแกน แบรดลีย์ กับ จิมฟูริค สองโปรสหรัฐฯ ทำ 4 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี เช่นเดียวกับ แกรม แม็คดาวล์ ชาวไอร์แลนด์เหนือ จบอันดับ 2 ร่วม โดยมีสกอร์รวมเท่ากัน 3 อันเดอร์พาร์ ส่วน ไทเกอร์ วูดส์ ประเดิมทำ 3 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี เช่นเดียวกับ เว็บบ์ ซิมป์สัน สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ อยู่อันดับ 5 ร่วมกับ โบ แวน เพลท์ ที่ทำ 6 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี 1 ทริปเปิลโบกี





ผู้สื่อข่าว : วินิดา สุขกาย(2) / สวท. วินิดา สุขกาย(2) / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ประชาคมอาเซียน 2015 กับปัญหาภายในของประเทศสมาชิก: เวียดนาม ฟิลิปปินส์

ประชาคมอาเซียน 2015 กับปัญหาภายในของประเทศสมาชิก: เวียดนาม ฟิลิปปินส์:
จากงานเสวนาทางวิชาการ “ประชาคมอาเซียน 2015: ภาพในมายาคติกับความเป็นจริง” จัดโดยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Siam Intelligence Unit (SIU) เมื่อวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2555 ณ อาคารพินิตประชานาถ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วงอภิปรายว่าด้วยเรื่อง “ประชาคมอาเซียน 2015 กับปัญหาภายในของประเทศสมาชิก” มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเผยเรื่องราวปัญหาของแต่ละประเทศที่น่าสนใจยิ่งดังนี้

ภาพโดย AP

เวียดนาม: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีระ นุชเปี่ยม ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยเชี่ยวชาญด้านแม่โขงศึกษา

กระแสตื่นตัวพม่านั้น จริงๆ แล้วมีกระแสตื่นเวียดนามมาก่อน มีการคาดหมาย เช่นจัดให้เวียดนามอยู่ในกลุ่มที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันนี้ไม่นับรวมจีน รัสเซีย อินเดีย บราซิลนะครับ ปัจจุบันมีประชากร 90 ล้านคนแล้ว ไล่ๆ กับฟิลิปปินส์ และ 2-3 ปีที่ผ่านมา เวียดนามประสบปัญหาหลายด้นที่ต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ตอนนี้ก็กำลังฟื้นตัวอยู่
เวียดนามในฐานะที่เป็นดาวเด่น มีกระแสตื่นมาก นักลงทุนเริ่มลังเลที่จะไปลงทุน การที่มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนขึ้นมา ความหวังก็เพื่อดึงดูดการลงทุน ผมไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาทั้งประเทศได้ แต่จะชี้ให้เห็นร่องรอยของปัญหาว่าที่ผ่านมา มันมีปัญหาอย่างไรบ้าง
ร่องรอยที่เห็นคือ ด้านหนึ่งคือโครงสร้างทางการเมืองและการปฏิรูป ลักษณะของระบบการเมืองเวียดนามมีลักษณะไตรภาค 3 ด้าน คือ ระบบพรรคนั้นมีพรรคคอมมิวนิสต์ผูกขาดอำนาจอยู่ มีระบบสั่งการแบบเลนินอยู่ มีการจัดตั้งองค์กรมวลชนที่ซาวด์เสียงเพื่อดูกระแสปฏิกิริยามวลชนอย่างไร
นอกจากนี้ก็ยังเป็นลักษณะ corporatism อยู่ และการปฏิรูปนั้นมีการดำเนินนโยบาย มีการเจรจาต่อรองมากขึ้น อย่างเช่นในจังหวัดที่รองรับการลงทุน ก็มีการตัดสินใจที่ต้องอาศัยการต่อรองมากขึ้น ในแง่โครงสร้างทางการเมือง รัฐสภามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเลขาธิการพรรคเป็นประธานรัฐสภามาก่อน ภาพที่ออกมาเป็นอำนจนิยมแบบอ่อน (soft power) แต่เป็นหนึ่งเดียวของเวียดนาม
ผมคิดว่ามี 2 ด้าน เพราะยังมีระบบสั่งการอยู่ หรือ Socialist Oriented หรือ Socialist Market Economy ซึ่งมีนัยยะสำคัญในทางปฏิบัติ เมื่อยึดมั่นระบบสังคมนิยม เศรษฐกิจของภาคเอกชนจึงยังปล่อยไม่ได้ ดังนั้น รัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่เป็นรัฐเข้าไปประกอบการเอง การแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นการแปรรูปเพียงบางส่วน คือดำเนินการแบบครึ่งๆกลางๆ กล่าวคือ รัฐวิสาหกิจเป็นแหล่งว่าจ้างงานขนาดใหญ่ จะรื้อโครงสร้างจริงๆ คงทำไม่ได้ และเป็นแหล่งผลประโยชน์
พวกเชื่อมั่นระบบสังคมนิยมก็ตั้งความหวังว่ารัฐวิสาหกิจต่างๆ ดำเนินต่อไป พวกนี้ก็ใช้เงินมากมายมหาศาล ผลที่ตามมาก็คือเจ๊ง ซึ่งผลจากระบบแบบนั้นคือ ผลจากการปฏิรูปทำให้ระบบที่ว่าผ่อนคลายลง การปฏิรูปต้องมีการลงทุนต่างๆ ให้ต่างชาติเข้ามา และลงทุนในต่างจังหวัดมากขึ้น เช่น ภาคใต้ บางส่วนก็เป็นการร่วมทุน ดังนั้น รัฐวิสาหกิจก็ยิ่งเติบโต

ผศ.ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนาม
3 ลักษณะสำคัญของรัฐวิสาหกิจ
  • คือการขยายสู่กิจการใหม่ซึ่งจะทำให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น (diversity)
  • จะมีการก่อตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่ๆ จำนวนมาก
  • มีการจัดตั้งบริษัทเอกชน แต่รัฐถือหุ้นและการลงทุนต่างๆ ก็มาจากทรัพย์สินภาครัฐนั่นเอง
กิจการที่ถือเป็นภาคเอกชนจริงๆ ของเวียดนามนั้นยังมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ก็เป็นภาคครัวเรือน หรือ SMEs ต่างๆ นอกจากรัฐวิสาหกิจจะขยายตัวจำนวนมากจะมีกลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามา ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็น New Economy มีบทบาทซ้ำซ้อนมากขึ้น เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐก็รับ job เป็นที่ปรึกษาของบริษัทเอกชนและคอร์รัปชั่นมากขึ้น
ผลจากระบอบการเมืองและการปฏิรูป ทำให้รัฐวิสาหกิจขยายตัวออกไปเป็นที่ฮือฮามาก บริษัท Change Building ที่ล้มละลายไป 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ในสภานั้น สส. แม้ว่าจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเสรี ยังต้องลุกขึ้นมาซักถาม จนประธานาธิบดีต้องกล่าวขอโทษต่อประชาชน และ สส. เองก็บอกว่าการเกิดกรณีเหล่านี้ขึ้น ทำให้เห็นจุดอ่อน ข้อด้อยของการเรียนรู้จากทุนนิยม
ลักษณะสำคัญของเวียดนาม
การคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาที่ต้องแปรรูปอย่างเสรี ผมว่าเป็นไปได้ยาก ต้องค่อยเป็นค่อยไป การที่เขามีรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในช่วงปีที่ผ่านมา สถานการณ์ดีขึ้น เงินเฟ้อลดลง หลายบริษัทเริ่มกลับเข้าไปลงทุนใหม่ เวียดนามตอนนี้หวังว่า AEC จะช่วยขยายตลาดใหม่ เวียดนามหวังว่าไม่ว่าจะเป็นจินตนาการหรือมายาคติ เขาก็ยังหวังอยู่

ฟิลิปปินส์: รองศาสตราจารย์สีดา สอนศรี คณะบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ฟิลิปปินส์มีวัฒนธรรมเป็นแบบตะวันตกคือยุโรปและอเมริกัน เพราะตกเป็นเมืองขึ้นมานานทั้งสเปนและอเมริกันต้องศึกษา norm และค่านิยมต่างๆ ด้วย ฟิลิปปินส์มีกระบวนการชาตินิยมก่อนอินเดียด้วยซ้ำไป ระบบการเมืองเป็นแบบประชาธิปไตยคืออเมริกัน เขานับถือรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ถือเป็นแม่ของกฎหมายทั้งหลาย หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ่อยๆ หมายความว่าเป็นเพราะไม่ทราบว่าทิศทางรัฐธรรมนูญจะไปไหน
วัฒนธรรมของฟิลิปปินส์จะชอบดีเบต เป็นแบบวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม มีอาสาสมัคร และ NGOs เยอะมาก ปัญหาที่พบคือประชากรล้น มีกว่า 95 ล้านคน ทำให้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่นและความยากจน มีความเจริญส่วนหนึ่ง ยากจนส่วนหนึ่ง
อากิโน เขามาด้วยความโปร่งใส สะอาด ประกาศจะเข้ามาต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยไม่กลัวว่า image ของเขาจะเป็นอย่างไร ประธานศาลฎีกา อดีตประธานศาลฎีกาก็โดน ทำให้เกิด Good Governance เข้ามา
ความเจริญเติบโต 6.4 เนื่องจากมีการลงทุนภายในประเทศเยอะ มีการเข้าไปลงทุนในทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีธุรกิจที่เขาสามารถไปลงทุนในต่างประเทศได้ เนื่องจากอเมริกาเข้ามาและเทรนด์เขา ทำให้เขามี skill ในการทำการค้า ลงทุนต่างประเทศได้ การปราบปรามคอร์รัปชั่นนำไปสู่การลงทุน มีกฎหมาย save industry law มี governance มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เอื้อต่อการลงทุน โดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา
มีกลุ่มฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ฝ่ายเป็นกลางอยู่ในรัฐสภา ถ้าจะโหวตข้ามพรรคก็สามารถโหวตได้ ไม่ถือว่าเป็นการแตกแยกออกจากกัน ถ้าเป็นประเด็นผลประโยชน์ของชาติ ตัวอย่างคือ การถอนฐานทัพออก senior citizen กฎหมายผู้อาวุโส เวลา shopping  มี lane สำหรับ senior ได้ 20% คนที่กดดันคือกล่มฝ่ายซ้าย คือหมอและพยาบาล เขาเอื้อประโยชน์ต่อผลประโยชน์ส่วนรวม นอกจากนี้ Birth Control ก็เป็นปัญหา เพราะศาสนาเห็นแย้ง ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น Reproductive Health Bill ส่วน สส. ก็สามารถร่างกฎหมายได้ ถ้า president พูดถึงความจำเป็นถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ Bill นี้ก็จะผ่าน
ฟิลิปปินส์ไม่มีปัญหากับประเทศในอาเซียน สิ่งที่เขาไปร่วมคือ TPP หรือ ความตกลงหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) ซึ่งมีหลายประเทศร่วมมือกัน แทนที่จะมาอาเซียนอย่างเดียว เขาก็ไปทางนี้ด้วย เพราะมี culture คล้ายคลึงกัน มีอเมริกาและลาตินอเมริกาที่เป็นเมืองแม่เ่า ตอนนี้มี free trade กันแล้ว ไม่ต้องเสีย tax

รองศาสตราจารย์สีดา สอนศรี
สิ่งสำคัญที่เราอาจมองไม่เห็น คือธุรกิจมีเยอะ มีการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือจะลงทุนก็ไปตั้งให้ห่างไกลจากตัวเมือง รถติดน้อยลง คอร์รัปชั่นกำลังปราบปราม ส่วนปัญหาที่สำคัญคือ สแปรตลีย์ที่จีนเข้าไปในส่วนที่ฟิลิปปินส์ครอบครองมานานแล้ว ปี 2007 ASEAN พูดถึง Code of Conduct ว่าจีนมากเกินไปแล้ว ปัจจุบันจีนก็เข้ามาใหม่ ฟิลิปปินส์จึงพยายามดึงสหรัฐเข้ามา และ TPP เข้ามาซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากขึ้น
ปัญหาที่เปรียบเทียบกับไทยคือ ไทยมีปัญหาเรื่องการเมือง และ social network นำไปสู่ crime ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ด้วย ขณะที่ฟิลิปปินส์ปัญหาคือประชาชนล้นเกิน คอร์รัปชั่นฟิลิปปินส์ก็มีแบบขึ้นๆ ลงๆ แต่การคอร์รัปชั่นก็ไม่ต่างจากไทยมาก
ในด้านนโยบายต่างประเทศ ฟิลิปปินส์มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่วน national security ก็คือเรื่องหมู่เกาะสแปรตลีย์ นอกจากนี้ก็มีเรื่อง welfare of Philippine overseas คือเขาจะรักษา welfare คนฟิลิปปินส์ที่อยู่นอกประเทศเยอะมาก และภาษาเขาก็ดีมาก ปัญหาของไทยก็คือต้องมานั่งคิดแก้ไขกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ทำความรู้จักเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขงก่อนอาเซียน 2015

ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ทำความรู้จักเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขงก่อนอาเซียน 2015:
วันนี้เรารู้จักประเทศเพื่อนบ้านดีแค่ไหน วัฒนธรรมข้ามพรมแดนเพียงแม่น้ำกางกั้นระหว่างพื้นที่ของทั้ง ๒ ฝั่งลาว ไทย ความสัมพันธ์ของเรากับเวียดนาม กัมพูชา และวิถีชีวิตของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขงเป็นอย่างไร อาจารย์ ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ รักษาราชการแทนรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาแห่งศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ช่วยบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นประโยชน์เหล่านี้ผ่านกรอบสังคมวัฒนธรรมที่กินความกว้างกว่าคำว่ารัฐ ชาติ
SIU: อยากให้อาจารย์พูดถึงที่มาที่ไปของศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ศูนย์วิจัยลุ่มน้ำโขงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับทุนจาก Rockefeller มาจัดตั้ง การจัดตั้งตรงนี้เพื่อศึกษาคนในลุ่มน้ำโขง รวมถึงมิติทางประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม ส่วนมากจะเป็นงานวิจัยเชิงสังคมศาสตร์ แล้วก็พยายามจะทำงานกันให้หลากหลายด้าน ปกติก็มีอาจารย์ที่จบใหม่จากด้านต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผมเองก็เพิ่งจบมาทางด้านโบราณคดี มีอาจารย์สอนทั้งด้านวรรณกรรมและภาษาก็เริ่มเข้ามาสอนมากขึ้น
SIU: เราจะเห็นว่าในปัจจุบันนั้นมีการศึกษาและก่อตั้งศูนย์วิจัยทางด้านสังคมในลุ่มแม่น้ำโขงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขอนแก่น เชียงใหม่ เชียงราย หรือแม้แต่กรุงเทพฯ เองก็มีเช่นกัน อยากทราบจุดแข็งของศูนย์วิจัยฯ ที่อุบลนี้เป็นอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: จุดแข็งก็คืออยู่ในพื้นที่ หมายความว่าศูนย์นี้จะอยู่ในเขตชายแดน เข้าถึงแหล่งวิจัยง่าย และอาจารย์หลายท่านที่เป็นกรรมการลุ่มน้ำโขง จบมาจากหลายสาขา ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณกรรม ภาษากัมพูชา ภาษาเวียดนาม ภาษาลาว และสังคม เหมือนเป็นงานวิจัยเชิงบูรณาการ ก็ทำงานเป็นทีมและจะมี specialist ในแต่ละด้าน
SIU: โดยปกติแล้ว ทางศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงนี้ เปิดให้มีการเรียนการสอนด้านใดบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ส่วนใหญ่แล้วทางศูนย์จะเน้นเรื่องงานวิจัย ส่วนการเรียนการสอนนั้น ตอนนี้หลักสูตรเข้าไปอยู่ที่ สกอ. แล้ว (สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา) กำลังรอให้ทาง สกอ.ลงตราประทับ ตอนนี้เราได้รับการอนุมัติแล้ว กล่าวคือจะเป็นการสอนเรื่องภาษาในลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหลักสูตรใหม่ อย่างน้อยนักศึกษาต้องเรียน 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทยเป็นพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ และภาษาที่อยู่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
เขาจะต้องเลือกเรียน หลักสูตรบังคับให้เรียน ได้แก่ภาษาเวียดนาม ภาษาจีน เพราะจีนเป็นต้นน้ำ ภาษาลาว และภาษากัมพูชาและต้องเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมด้วย อันนี้เป็นหลักสูตรใหม่ที่กำลังจะเปิด แต่จะเน้นเรื่องภาษาและในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนวัฒนธรรมในแต่ละชาติด้วย ให้เขาเรียนเป็นวิชาเลือก
จากนั้นเมื่อศึกษาในชั้นปีที่ 4 จะไม่บังคับ ให้นักศึกษาเลือกตามความสมัครใจ คือไปเรียนในพื้นที่นั้นๆได้ สมมติคุณเลือกเรียนภาษากัมพูชาคุณก็สามารถไปเรียนที่พนมเปญได้ และให้มีการแลกเปลี่ยน แต่ไม่บังคับ คือบางคนที่ไม่พร้อมก็ไม่ต้องไป อย่างเวียดนามก็มีนักศึกษาไปทุกปี เป็นหลักสูตรภาษาเวียดนาม เขาจะไปเรียนในช่วงการศึกษาชั้นปีที่ 4 คือไปเรียนภาษาที่เวียดนาม ไปเรียนวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่ด้วย เพื่อให้เข้าใจบริบททางภาษามากยิ่งขึ้น
และจัดให้เป็นหลักสูตรของคณะศิลปศาสตร์ ให้เรียนทางด้านภาษาและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง คือถ้าจบมาก็จะได้วุฒิศิลปศาสตร์บัณฑิต (ภาษาและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง)

อุบลราชธานี กับวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำโขง
SIU: สาเหตุที่อาจารย์สนใจศึกษาและวิจัยในกลุ่มนี้ ไม่ทราบว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่อาจารย์เป็นคนในพื้นที่หรือไม่
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมเป็นคนเชียงใหม่ครับ ลุ่มน้ำโขงนั้น เดิมถูกเรียกว่าอินโดจีน ซึ่งเป็นการเรียกตามอาณานิคม ที่ฝรั่งเศสสร้างชื่อขึ้นมาว่าเป็นอินโดจีน ส่วนที่สนใจเนื่องจาก พื้นที่นี้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เนื่องจากอยู่ระหว่างวัฒนธรรมสองวัฒนธรรมใหญ่ คืออินเดียกับจีน ซึ่งเป็นเหมือนวัฒนธรรมหลักแต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มันยังใหม่อยู่สำหรับผม และตอนนี้คนก็ไปสนใจวัฒนธรรมอื่นๆเยอะ และอีกอย่างคือประเทศหลายประเทศในแถบนี้เพิ่งเปิด ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว เวียดนาม คือผมทำงานทางด้านโบราณคดีอยู่แล้ว ก็จะรู้ว่ามันมีแหล่งใหม่ๆเปิดขึ้นมาค่อนข้างเยอะ
SIU: อาจารย์เรียนทั้งสาขารัฐศาสตร์และโบราณคดี อะไรคือจุดเปลี่ยนทำให้หันไปศึกษาเรื่องโบราณคดี และอะไรคือจุดอ่อนของทั้ง 2 ศาสตร์นี้
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมชอบวัฒนธรรมมากกว่าการเมือง การเมืองมันเหนื่อย แต่พอมาจับวัฒนธรรมผมว่ามันสนุกดี ยิ่งศึกษาแล้วเราจะพบว่าในเชิงวัฒนธรรมว่ามันไม่มีเส้นพรมแดนจริงๆ และทุกๆศาสตร์จะมีทฤษฎีของตัวเอง รัฐศาสตร์ก็จะมีทฤษฎีของเขา โบราณคดีก็จะมีกรอบความคิดของโบราณคดี
รัฐศาสตร์นี่จะเป็นเรื่องทฤษฎีกับแนวคิด ยังมองไม่พ้นเหมือนเรื่องวัฒนธรรม อย่างเรื่อง Nation หรือรัฐชาติ เขาก็จะมองว่าทฤษฎีของรัฐศาสตร์มันต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ผมคิดว่าหากมองในมิติวัฒนธรรมจะเอาทฤษฎีรัฐศาสตร์มาคุยนี่มันไม่ได้แล้ว
มันไม่มีคำว่า Nation ในวัฒนธรรม แค่คุณดูไทยกับลาว สองประเทศแค่นี้ พอช่วงของงานเทศกาลพระธาตุพนมคนก็ข้ามไปข้ามมาไม่มีคำว่า Nation เขาก็ข้ามมาไหว้พระธาตุ เป็นวัฒนธรรม แต่คนฝั่งนู้นเขาก็รู้ว่าพระธาตุเป็นวัฒนธรรมของเขา คุณจะเห็นว่าคนฝั่งนั้นก็มาทำงานในไทย คนฝั่งไทยก็มีบ้านพักอาศัยอยู่ฝั่งนู้น
แต่ว่าในแง่ของประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีจะยึดติดในแง่ของหลักฐาน คือถ้าไม่มีหลักฐานมันจะทำให้เราไม่สามารถไปต่อได้มันก็ไม่ได้เป็นจุดอ่อนเสียทีเดียว แต่มันเหมือนขึ้นอยู่กับหลักฐาน คือเป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งในตัว ถ้าไม่มีหลักฐานก็ไปต่อไม่ได้ คือบางสาขาวิชา อย่างมานุษยวิทยาที่ใช้พฤติกรรม ใช้ทฤษฎีมาอธิบายความคิดหรือปรากฏการณ์ทางสังคมได้ ในขณะที่ประวัติศาสตร์จะไม่ได้ ต้องใช้หลักฐาน
SIU: โดยส่วนตัวแล้ว อาจารย์ให้ความสนใจประเทศไหนเป็นพิเศษ และทำไมจึงสนใจประเทศนี้
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: สนใจเวียดนามครับ ตอนนี้กำลังพยายามเก็บรวบรวมข้อมูลของเวียดนามอยู่ เพราะว่าเราคิดว่าเวียดนามไม่มีความสัมพันธ์กับไทย นั่นคือดูจากพื้นที่ แต่ถ้าจากหลักฐานแล้วจะทราบว่าเรามีความสัมพันธ์กันมายาวนานนับพันปี อย่างประวัติที่เราเคยเรียนมาจะรู้แค่ว่าเวียดนามก็คือเวียดนาม และเพิ่งจะมีความสัมพันธ์กับสยามช่วงอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ แต่พอกลับไปดูหลักฐานแล้วจะพบว่ามีความสัมพันธ์มาเป็นพันปี คือคนในแถบนี้มีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอด
เวียดนามเขามีวัฒนธรรมสามชาติ ผมมองเฉพาะลุ่มน้ำโขงฝั่งตะวันออก ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ไทยกับลาวไม่ต้องพูดถึง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน ใช้ภาษาเดียวกัน นับถือเถรวาทเหมือนกัน เรารับวัฒนธรรมกัมพูชาเข้ามาในไทยค่อนข้างมาก ทั้งภาษา ประเพณีที่แยกไม่ออก
แต่สำหรับเวียดนามเข้ามาไทยตั้งแต่อดีต แต่ทำไมเราถึงมองไม่เห็น ไม่ใช่ลดบทบาทแต่ทำไมสังคมไทยมองไม่เห็นเวียดนาม เวียดนามมีบทบาทในไทยคืออาหารเวียดนามในเมืองอุบลกับหมูยอแค่นั้นหรือ คือเวียดนามเข้ามานานแล้วตั้งแต่สมัยที่เป็นจาม เมื่อก่อนชนพื้นเมืองในเวียดนามคือจาม เข้ามาในอุบลเป็นจำนวนมาก คือตอนนี้ผมกำลังตามรอยอยู่ ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นวัฒนธรรมเวียดนามที่เข้ามา คนเวียดนามอาศัยอยู่มากในจังหวัดนครพนม อุดรธานี ส่วนอุบลราชธานีจะแค่กลางๆ
คนเวียดนามเข้ามาอยู่ในไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 5 ประเทศเขาประสบปัญหาเรื่องภัยพิบัติ ทำกินไม่ได้เลยอพยพ แล้วส่วนหนึ่งพอมีปัญหาการเมืองก็เข้ามา แต่เราจะมองคนเวียดนามว่าเขาเข้ามาสมัยสงครามเวียดนาม นั่นคือเราไม่มีการอธิบายประวัติศาสตร์ให้ชัดเจน ประวัติศาสตร์แบบนี้จะถูกปิดไว้ไม่ให้เรียน ถ้าเราศึกษาจริงๆจะพบว่า South East Asia มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
SIU: ตอนนี้อาจารย์เขียนงานศึกษาทางด้านใดบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ตอนนี้เขียนงานเน้นอีสานก่อน เพราะอยู่ในพื้นที่ด้วย แล้วก็จะค่อยๆขยาย จะทำในเรื่องอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ในเรื่องอิทธิพลของวัฒนธรรมเขมร เรื่องของการสร้างบารายหรือสระน้ำ คือเป็นเรื่องการจัดการน้ำในสมัยโบราณ ศึกษาเพื่อจะดูว่าการเอาภูมิปัญญาในอดีตมาพัฒนาท้องถิ่นในปัจจุบันได้อย่างไร
คือการต่อยอด ความรู้ในอดีตมีอยู่แล้ว แต่พอเปลี่ยนวัฒนธรรม เปลี่ยนมาเป็นปัจจุบัน ภูมิปัญญานี้ก็หายไป มันกลายเป็นแค่แหล่งโบราณคดี กลายเป็นแค่อะไรบางอย่างซักอย่างหนึ่ง พอปัจจุบันก็กลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือการปฏิวัติเขียว มีทุกอย่าง แต่เราลืมไปว่าในอดีตเคยใช้สำเร็จมาก่อน ทำไมเราไม่เอากลับมาใช้

ดร.เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ
SIU: ชาวบ้านที่อาศัยตามลุ่มแม่น้ำมีวิถีชีวิตอย่างไรบ้าง มีลักษณะที่แตกต่างกับคนพื้นที่อื่นมากน้อยเพียงใด
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ในมุมมองผมนะ เมื่อก่อนผมมองว่าคนอีสาน คนในเขตลุ่มน้ำโขง หรือคนในเขตนอกสังคมเมือง เป็นคนที่มีชีวิตเรียบง่าย จริงๆแล้วผมเพิ่งมาอยู่อีสานประมาณ 2 ปี ก่อนหน้านั้นก็เข้ามาทำงานบ้าง ทำการศึกษาวิจัยบ้าง ตอนนั้นสังเกตแค่ว่าทำไมผู้คนแถบนี้มีความเป็นอยู่เรียบง่ายดีจัง คือผมไปอ่านหนังสือของต่างชาติเล่มหนึ่ง เขาเขียนว่าคนสยามขี้เกียจ ตอนนั้นก็สงสัยว่าทำไมเขาจึงกล่าวอย่างนั้น ผมก็พยายามหาคนอธิบายและก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งอธิบายว่า
ในมุมมองของต่างชาติ หมายถึงช่วงรัชกาลที่ 4-5 ซึ่งตอนนั้นมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว ต่างชาติมองว่าคนที่ไม่ได้ทำงานในระบบก็เหมือนกับคนที่ไม่มีงานทำ เป็นคนขี้เกียจ แต่ในขณะที่วัฒนธรรมของ South-East Asia หรือคนในภูมิภาคนี้ ของกินเขามีอยู่ทุกบ้าน หรืออย่างแถวบ้านผมที่อยู่เชียงใหม่ จะพบว่าเวลาที่ทำกับข้าว ชาวบ้านเขาจะตั้งหม้อก่อน แล้วเดินหาผักในบ้านซึ่งเด็ดข้างรั้วได้
ดังนั้นชีวิตก็ดูเรียบง่าย เนื่องจากผมโตในสังคมเมือง ก็จะถูกสังคมเมืองสอนมาว่าต้องทำงานเลี้ยงปากท้อง ระบบงานและระบบแรงงานได้เข้ามาครอบงำ แต่พอมาดูต่างจังหวัดมันไม่ใช่ เขาทำงานในบางห้วงเวลา ดูจากแม่บ้านที่คณะผม เขาซื้ออาหารแค่มื้อละ 10 บาท คือเป็นเนื้อสัตว์บ้างในบางมื้อ นอกจากนั้นเขาก็ทำกินเอง พืชผักก็หากินได้ในท้องถิ่น
ผมเพิ่งกลับมาย้อนดู พบว่าในอดีตอาหารของคนในแถบนี้ มันมีอยู่ในธรรมชาติที่เขาหากินได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปหางานทำ ในขณะที่ความคิดของคนที่มองว่าการไม่ทำงานคุณไม่มีเงิน ไม่มีอาหาร แต่ในขณะนี้คนในอีสานเขาจะมองตรงข้ามกับเรา ว่าเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องไปผันตัวเป็นแรงงานในสังคมเมือง แต่สามารถอยู่ได้โดยธรรมชาติในชุมชนของเขา
ขณะที่ในปัจจุบัน เขาก็ยังดำรงชีพอย่างนี้อยู่ครับ กล่าวคือในแต่ละวันเขาใช้เงินแค่ไม่กี่บาท ผักปลาก็หาได้ในท้องถิ่น คือพอมีวิธีคิดแบบนี้ เราจะรู้สึกเลยว่าเราถูกตะวันตกครอบงำ เสร็จแล้วที่เขาบอกว่าถ้าคุณไม่ทำงาน คุณคือคนขี้เกียจ แต่พอมามองจริงๆมันไม่ใช่ เพราะว่ามันเป็นวิถีแบบนี้มาตั้งแต่ในอดีตแล้ว คนอีสานกับคนใน South East Asia จริงๆที่ไม่ได้อยู่ในสังคมเมือง เขาสามารถอยู่กันได้ แต่เราไปคิดว่าเขาอยู่ไม่ได้ จะเห็นจากตอนที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวในถิ่นทุรกันดาน เราจะเกิดความรู้สึกว่าเขาอยู่กันได้อย่างไร ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ก็มีการปรับเปลี่ยนกันบ้าง คือเริ่มไปทำงานและเข้าสู่ระบบแรงงานสู่ภาคสังคม
SIU:  หลังจากที่เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นของที่นี่กันแล้ว เราจะเห็นการเคลื่อนไหวทางสังคมของชาวอุบลราชธานีทั้งในกรณีเขื่อนปากมูล หรือเขื่อนไซยะบุรี ไม่ทราบว่าอาจารย์หรือทางมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้มีส่วนร่วมอะไรในการขับเคลื่อนกับกลุ่มก้อนทางภาคสังคมนี้ ในส่วนของการเมืองภาคประชาชนในอุบลราชธานีบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ในเรื่องเขื่อนปากมูลนี้ ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงเลยคือ ผศ.ดร.กนกวรรณ มะโนรมย์ คณบดี คณะศิลปศาสตร์ เพราะท่านทำงานด้านนี้จนประสบความสำเร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับเขื่อนปากมูล ท่านเป็นคนพื้นที่กล่าวคือส่วนใหญ่แล้วคนในชุมชนอีสานจะเป็นคนขับเคลื่อนเอง ถ้าหากจะบอกว่าเป็นคนจากภายนอกหรือ NGOs มาขับเคลื่อน ผมมองว่าไม่ใช่เสียทีเดียว กรณีเขื่อนปากมูลจะเป็นคนในท้องถิ่นเองที่ได้รับการศึกษาแล้วก็มาพัฒนาชุมชนของตนเอง
SIU: ตอนนี้ปัญหาที่ได้ยินบ่อยๆ ก็จะเป็นปัญหาจากแรงงานต่างประเทศหรือแรงงานต่างด้าว เหมือนเราเสียภาษี เสียประกันสังคมให้กับระบบสาธารณสุข แต่ว่าเราก็ต้องดูแลพวกเขาด้วย ปัญหาหลักของลุ่มแม่น้ำโขงนี่คืออะไร
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมมองว่า เขามาอยู่ประเทศไทยเราก็ต้องดูแลเขา เงินที่เขาใช้บางส่วนก็กลับคืนสู่ประเทศเรา มันเป็นการเสียภาษีทางอ้อมก็เป็นรายได้ให้แก่ไทยอีกทางหนึ่ง เขาจ่ายภาษีโดยไม่รู้ตัว การขึ้นแท็กซี่ ขึ้นรถเมล์อันนี้เป็นการจ่ายในสังคมอยู่แล้ว ส่วนการซื้อของก็ต้องกินก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว คือมันเป็นภาษีที่มองไม่เห็น
ผมมองว่าการเข้ามารับการรักษาพยาบาล ไม่ใช่ว่าเราเอาเงินของเราไปช่วยเขา ส่วนหนึ่งเขาก็จ่าย กำลังซื้อของเขาก็มี เขาก็ซื้อของใช้เหมือนกัน โดยเฉพาะของไทย นิยมมากในต่างแดน ถ้าคุณไปในประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเป็น Made in Thailand กับ Made in China เขาจะซื้อทันทีเลย เราจะตีตลาดตรงนี้ได้ หากเรามองมุมกลับเขาก็จะพบว่าเขาก็จ่ายภาษีเหมือนกัน
SIU: อาจารย์มองว่าอะไรเป็นปัญหาบ้างสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ปัญหาคือเรื่องประวัติศาสตร์ ผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์ที่เป็นเหมือนความแค้นที่เราถูกปลูกฝังมาแต่อดีต แล้วก็ฝังในใจคนไทยหลายๆคน สำหรับคนที่ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ เช่น เรามองพม่าอย่างหนึ่ง มองลาวอย่างหนึ่ง มองกัมพูชาอย่างหนึ่ง แล้วเคยถามเขาไหมว่าเขามองอย่างไร ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไม่ตก
SIU: คนเวียดนาม ลาว พม่า มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: เวียดนาม ลาว พม่า ต่างกันที่กลุ่มชาติพันธุ์ ผมมองเรื่องภาษาพม่าเป็นกลุ่มหนึ่ง พูดภาษาอีกภาษาหนึ่ง ส่วนลาวก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งพูดภาษาหนึ่ง เวียดนามก็เช่นกัน สามภาษาสามกลุ่ม แต่สามกลุ่มนี่นับถือศาสนาเดียวกัน คือศาสนาพุทธแค่แบ่งนิกายแค่นั้นเอง
เวียดนามเป็นพุทธมหายาน ลาวและพม่าเป็นพุทธเถรวาท ผมมองว่าศาสนามันก็ทำให้คนเหมือนๆกันได้ แต่ผมคิดว่าใน South East Asia จริงๆไม่แบ่งศาสนาแต่มีศาสนาหลัก ในขณะเดียวกันเราไม่มีปัญหาเรื่องศาสนา ในอดีตถ้าย้อนดูจริงๆเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องศาสนา จะมีปัญหาเรื่องพรมแดนกับการเมือง ตอนนี้ศาสนากลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
อย่างที่เห็นก็คือที่พม่า ที่ยะไข่ โรฮิงยา ศาสนาพุทธก็คือพม่าเป็นคนยะไข่ โรฮิงยาเข้ามาในสมัยอังกฤษปกครอง ในอดีตไม่เคยมีปัญหา แต่พอเริ่มเป็นชาตินิยม เขาจะเอาศาสนามาเป็นเส้นแบ่งทันทีเลย ก็เกิดสงครามกัน
เหมือนไทยกับมุสลิมทางใต้ไม่เคยมีปัญหาศาสนาเลย พอเขาจะแบ่งดินแดนก็กลายเป็นเรื่องการเมือง เขาจะเอาศาสนาเป็นตัวแบ่งทันที คุณไปดูสมัยอยุธยา มัสยิดอยู่ข้างวัด ก็อยู่ด้วยกันได้ไม่เคยมีปัญหา สังคมไทยเป็นแบบนี้ในอดีต ต่างคนต่างนับถือศาสนาของตัวเอง แต่อยู่ในสังคมเดียวกันได้ พูดภาษาเดียวกันและทำอะไรคล้ายๆกัน แต่พอมีการเมืองเข้ามาแล้วจะใช้เป็นเครื่องมือเสียส่วนใหญ่
ผมมองว่าคนพม่ามีความภูมิใจในชาติของเขา พม่าประกอบด้วยหลายชนชาติ ได้แก่ พม่า มอญ กะเหรี่ยง แม้เขาจะมีปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ แล้วความชัดเจนของเขาคืออะไร ถ้าคุณไปดูประวัติศาสตร์ กบฏเกือก สมัยที่เขาไล่ เขาบอกให้ชาติอาณานิคมต้องถอดรองเท้าถุงเท้าตอนเข้าวัด การเรียกร้องเอกราชก็เป็นความภูมิใจของคนในชาติ ผมมองว่าเขามีบางจุดที่ร่วมกันในทางประวัติศาสตร์ สมัยที่เขามีความภูมิใจในความเป็นพม่าอยู่ ดังนั้นเขาจะแข็ง
สำหรับการเดินช้า ผมมองว่าเป็นข้อดีของเขา ผมเพิ่งไปพม่ามาเมื่อเดือนที่แล้ว เขาบอกว่าเขากลัวการเปิดประเทศ เพราะว่าจะทำให้การเกิดชนชั้นที่ห่างกันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่เข้าถึงโอกาสและทุนก็จะเป็นแค่คนกลุ่มเดียวคือทหารและนักธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับทหาร แต่สำหรับคนในท้องถิ่นก็จะห่างโอกาสกับทุนมากขึ้นๆ นี่คือคนพม่าเขาวิเคราะห์อย่างนั้น เขาก็กลัว
การที่เงินทุนเริ่มไหลมาสู่พม่า ผมคิดว่าเราจะต้องเริ่มตั้งคำถามหรือใช้ Question Mark ตัวโตๆว่าใครจะได้ทุนก้อนนี้ ประชาชน หรือนักธุรกิจกับกลุ่มทหาร เราลองไปดู ก็เห็นว่ามีแค่คนไม่กี่กลุ่มที่ได้ทรัพยากรตรงนี้ไปอยู่ดี สายการบินบางสายการบินเป็นลูกเขยของนายพลตานฉ่วย บริษัทหลายบริษัทเป็นเครือญาติของทหาร เพราะเขาคือนักการเมืองทั้งนั้นเลย พอเปิดประเทศคนที่ได้โอกาสก็คนกลุ่มนี้อยู่ดี มันก็จะยิ่งไปเสริมความแข็งแรงของเขามากขึ้น แล้วคนที่เป็นแค่ประชาชนก็จะกลายเป็นแค่แรงงาน ที่ต้องเสียภาษีซื้อของให้เขาอยู่ดี

ภาพจาก new.priyo.com
SIU: ย้อนกลับมาที่ปัญหาของโรฮิงยา หรือลาวม้ง จะมีพรมแดนที่ตั้งค่ายผู้ลี้ภัย ประเทศเราก็จะโดนตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกากดดันว่าจะต้องใช้เป็นที่พักพิงสำหรับผู้ลี้ภัยอย่างนี้ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงก็มองว่าเป็นปัญหา เพราะว่าเรามีภาระต้องดูแลประเทศของเราอยู่แล้ว แล้วเราต้องไปดูแลประเทศที่สามอีก พอจะผลักกลับไป ทั้งฝ่าย NGOs บ้าง ฝ่ายสหรัฐอเมริกาบ้าง ก็จะเข้ามามีอิทธิพลและแทรกแซงบ้าง อาจารย์คิดว่าตรงนี้เราควรจะแก้ปัญหาอย่างไร
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ตัวอย่างเช่นที่เพชรบูรณ์ที่ต้องการให้ผลักกลับ หรือที่สระบุรี หรือบางส่วนก็ถูกส่งไปประเทศโลกที่สามแล้ว ผมมองว่ามันเป็นปัญหาของชาติหนึ่ง อย่างมีปัญหากับลาว ม้งก็เป็นอีกสายหนึ่ง เขามองว่าไม่ใช่ไทย ไม่ใช่ลาว ก็จะเป็นปัญหาทั้งเรื่องยาเสพติด และการตัดไม้ทำลายป่าที่เขาอ้างขึ้นมา เขาก็พยายามต่อสู้กับม้ง ผมมองว่าม้งเป็นประชาธิปไตย ไปรับเงินสหรัฐฯมารบกับลาว ถ้าตอนนี้เข้าไปในลาวก็จะพบว่ามีม้งบางส่วนที่เชื่อว่า ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นในลาว อันนี้ม้งเคยอธิบายให้ฟัง
เขาอธิบายว่าสหรัฐนี่อาจจะไม่ใช่ภาครัฐ แต่เป็นคนม้งที่ไปอยู่มาก่อนแล้วจะกลับมากู้ชาติส่งเงินมาช่วย เขามองว่าพอประเทศเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ ตัวเขาก็ถูกกันออกจากระบบ โอกาสทางทรัพยากรถูกกันหมดเลย ถูกมองเป็นคนนอก แต่ถ้าเป็นประชาธิปไตยเขาจะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศกับทรัพยากรและโอกาสด้วย
SIU: เขาเรียกว่าเป็นปัญหาของคนชายขอบด้วยหรือเปล่า
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมมองว่าสหรัฐฯใช้เป็นเครื่องมือในสงครามเย็นด้วย ผมมองว่ายังเป็นผลตกค้างอยู่ ที่สหรัฐฯเอาไปใส่กับม้ง เพื่อรบกับลาว แล้วตั้งฐานทัพที่อุดร แล้วสหรัฐฯก็สร้างขบวนการใต้ดิน ปล่อยคนไปสร้างความคิดระบบประชาธิปไตยกับม้ง ก็เลยรบกันเอง ม้งบอกว่าจะเป็นประชาธิปไตยแต่ลาวบอกว่าไม่ ต้องเป็นคอมมิวนิสต์ แล้วมันก็กลายเป็นคู่ตรงข้ามแล้วมันก็รบกัน แล้วพอปัญหานี้มันเข้ามาไทยในสมัยสงครามเย็น ไทยก็ต้องรับ
คือในเมื่อให้เขามาตั้งฐานทัพแล้ว ก็ต้องรับลูกต่อ แล้วก็เลยมาตั้งศูนย์อพยพในเขตเพชรบุรี และสระบุรี ซึ่งอาจจะมีอีกหลายที่ด้วย พอสงครามเวียดนามจบ สหรัฐก็เลยถอนทัพออก แต่ผลผลิตจากเกมนี้มันยังอยู่ เราก็พยายามผลักดันไปประเทศโลกที่สาม ซึ่งสหรัฐอมเมริกากับลาวก็เป็นเพื่อนกันแล้ว ไม่ใช่ศัตรูกันต่อไป นี่ก็เป็นนโยบายใหม่ เพราะฉะนั้นมันต้องทำให้เราเหยียบเรือทั้งสองแคม ถ้าจะส่งม้งกลับไปลาว เราก็จะโดนสหรัฐว่า เราส่งคนกลับไปตาย แต่ถ้าเราส่งคนไปประเทศโลกที่สาม ก็ยังพอเคลียร์กันได้ เพราะสหรัฐก็ยังเป็นส่วนหนึ่ง
ในขณะเดียวกันเราก็ต้องสานสัมพันธ์มิตรภาพไทยลาวไว้ให้ได้ แต่ตอนนี้มันจบแล้ว เพราะที่เพชรบูรณ์เขาก็ส่งกลับแล้ว ส่วนหนึ่งก็ส่งกลับประเทศแล้วสหรัฐอเมริกาก็เข้าไปช่วยเหลือ ส่วนหนึ่งสหรัฐฯก็พยายามเคลียร์ให้ ว่าส่วนที่กลับไปลาวก็ห้ามไปแกล้งไปทำอะไรทั้งสิ้น คือตอนนี้สหรัฐฯก็เข้าไปในลาวเพื่อช่วยเหลือเขา เหมือนที่เข้าไปในเวียดนาม สหรัฐฯก็พยายามจะเปลี่ยนท่าทีบ้าง เพราะว่าตอนนี้สหรัฐฯมองว่าจีนคือปัญหา ไม่ได้มองเวียดนามหรือลาวว่าเป็นปัญหา สหรัฐเขาจะเล่นสองบทบาทเสมอ ส่วนหนึ่งจะเล่นบทดี แล้วอีกส่วนหนึ่งจะส่งคนมาใต้ดิน
SIU: อย่างที่เราทราบกันดีว่าจีนเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนต้นของลุ่มแม่น้ำโขง และค่อนข้างมีอิทธิพลค่อนข้างมากในลุ่มแม่น้ำโขง ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาก็ประกาศชัดเจนว่าจะกลับเข้ามาสานความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในเอเชียใหม่ อาจารย์มองในมิติการเมืองระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมมองว่าในช่วงยุคก่อนสงครามเย็นหรือนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา ตอนนั้นถือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในมิติการเมืองจริงๆ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของสงครามทางด้านเศรษฐกิจแล้ว จะเริ่มมีการมองว่าเป็นการทำให้มีความคุ้มค่าเงินอย่างนั้นมากกว่า ถือเป็นสงครามแบบใหม่ กล่าวคือจีนเขาส่งคนออกนอกประเทศตลอดถ้าไปดูประวัติศาสตร์ อันนี้ก่อนเข้าไปในสหรัฐอเมริกา คือคนเขามีจำนวนมหาศาลมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว ดังนั้นผมจึงมองว่าอาจเป็นการขยายฐานอำนาจ
แต่เนื่องจากเราไม่ได้อยู่ในวัฒนธรรมจีน เราจะไม่เข้าใจความคิดเขา แต่ถ้ามองจากคนภายนอกจะเห็นว่าเขาจะสืบทอดวัฒนธรรมเขาอย่างต่อเนื่องเลย ดังนั้นถ้ามองเรื่องวัฒนธรรมและการเมือง ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องวัฒนธรรมของเขาอยู่แล้วที่จะขยายอำนาจออกไปเพื่อสร้างฐานอำนาจของเขาขึ้นมา คือจริงๆแล้วก็ยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องอำนาจหรือเปล่า แต่คนจีนล้นประเทศอยู่แล้ว เป็นความจำเป็นที่เขาจะต้องขยายคนออกมา
ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องสืบทอดความเป็นจีนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม วันไหว้บรรพบุรุษ ก็คือวัฒนธรรมมันจะนิ่งตลอด อาจจะมีบ้างบางพื้นที่ที่มีการปรับเปลี่ยนบ้าง แต่เราก็ยังมองออกว่าเป็นจีน เป็นไชน่าทาวน์
คราวนี้ หากมองในภาพในปัจจุบันที่มองจากวิธีคิดของตะวันตกหรือนักวิชาการจะพบว่า นี่เป็นวิธีการขยายอำนาจของจีน ซึ่งเราก็ไม่รู้วิธีคิดของจีน ซึ่งอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าเรามองเพิ่มเติมว่าในวัฒนธรรมจีนหลัก คิดอย่างนี้หรือเปล่า บางคนนี่กลัวจีนมาก อาจารย์บางท่านถึงขั้นต่อต้านจีนเลย แต่จีนก็ไม่ได้สนใจและยังจะเข้ามา
จีนเป็นชาติที่ชาญฉลาดคือใช้วัฒนธรรมมากลืนความขัดแย้ง แต่สหรัฐอเมริกายังคงเดินเกมแบบการเมืองรุ่นเก่าอยู่ ยังคงกลัวสงครามเย็นอยู่ ในมุมมองของผม แต่ในขณะจีนเขามองข้ามสงครามเย็นไปแล้ว แม้อาจจะมีบ้างเล็กน้อยที่บอกโอเค แต่เมื่อคุณยังเล่นเกมแบบโบราณอยู่ จะมาขอใช้พื้นที่ใน South East Asia ขอตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แต่จริงๆแล้วคุณอาจจะมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือทหาร
ผมว่าจีนมองว่าสหรัฐอเมริกายังมองการเมืองระหว่างประเทศเป็นเรื่องโบราณอยู่ แต่ในขณะที่จีนมองเรื่องเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของโลก โดยที่เขาจะให้ตัวเองเป็นตัวผลิตวัฒนธรรมใหม่ โดยจีนจะเป็น New Culture หรือ New Order
SIU: อาจารย์ได้คลุกคลีอยู่กับคนในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและได้เห็นบทบาทของจีนที่เข้ามา ถ้าอาจารย์เป็นสหรัฐอเมริกา อาจารย์จะทำอย่างไร คือทางสหรัฐอเมริกา เขามีโครงการมิสซีสซิปปี้ที่มาศึกษาเหมือนกับโครงการแถบลุ่มแม่น้ำโขงแล้วก็พยายามจำกัดการเข้ามาเกี่ยวพันของจีน อาจารย์คิดเห็นอย่างไร
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: ผมต้องถามว่าสหรัฐอเมริกาต้องการอะไร คือสหรัฐอเมริกามองว่าคอมมิวนิสต์ หรือสงครามเย็น หรือแค้นฝังหุ่นที่เขาไม่เลิก เหมือนสหรัฐอเมริกาต้องการขีดไม้บรรทัดของโลกถึงสิ่งที่เขาทำ คือสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ตรงข้ามกับเขาคือสิ่งที่ผิด ผมจึงมองว่าสหรัฐอเมริกายังคิดแบบโบราณอยู่มากจะบอกว่าไม่ทันสมัยเลยก็ว่าได้ ผมคิดว่าเป็นไปได้สูงที่สหรัฐอยากมาใช้เกณฑ์แบบเดิมเหมือนช่วงก่อนสงครามเวียดนาม แต่อิทธิพลเขาเปลี่ยนไป จากการใช้อำนาจในมิติทางการทหารหรือการเมืองแบบเดิม หันมาใช้อำนาจเชิงวิชาการมากขึ้น รูปแบบวิธีการเปลี่ยน แต่ concept ยังเชยมากในขณะที่จีนมองข้ามไปแล้ว

วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำโขง อาเซียนกับประเทศเพื่อนบ้าน
SIU: เราจะเห็นว่ามีการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านกันค่อนข้างสูง อยากทราบมุมมองอาจารย์ในอีก 3 ปีข้างหน้าที่จะเปลี่ยนเป็นประชาคมอาเซียน ในเสาของเศรษฐกิจนี้ จะมีผลกระทบบ้างหรือไม่ หรือว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: คือผมมองอย่างนี้ ตามพื้นฐานของผมนั้น ผมจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ จบปริญญาโทโบราณคดี ผมมองว่าเราโดนการศึกษาครอบงำ พอผมศึกษาด้านวัฒนธรรม ขณะที่การศึกษาจะให้ศึกษาเรื่องรัฐและเส้นพรมแดนว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
พอเรามาดูในมิติวัฒนธรรม มันจะไม่มีเส้นพรมแดน พอเรายกเส้นออก เราไม่มีประเทศซักประเทศเลย พอเรามองว่าการค้ามันเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้วที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันกับคนในพื้นที่ ผมไม่อยากบอกว่าต่างพื้นที่ เพราะมีแค่แม่น้ำโขงกั้นกลาง แต่พอเป็นรัฐและเอาเส้นมากั้น มันกลายเป็นคนละพื้นที่ทันที ถ้าถามผมเรื่องวัฒนธรรม ผมว่าจะไม่เปลี่ยน แต่ว่าจะมีสินค้าเข้ามามากขึ้นไหลออกมากขึ้นแค่นั้นเอง เพราะว่ากฎที่เคยเป็น Nation State ถูกยกเลิกด้วย AEC แต่การค้า การแลกเปลี่ยนมันเหมือนเดิมอยู่แล้ว พอดึงเส้นเขตแดนออกมันจะง่ายมากขึ้น
คือแรงงานที่กลัวว่าจะทะลักเข้าหรือทะลักออก ก็มี 7 อาชีพ ได้แก่ วิศวะ พยาบาล แพทย์ ฯลฯ ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก แต่ส่วนใหญ่คนในฝั่งประเทศไทยยังไม่รู้ เขาคิดว่าพอเปิดอาเซียนเขาจะโดนแย่งแรงงานหรือว่าสามารถไปทำงานต่างประเทศได้ทันที โดยที่ถือว่าเป็นอาเซียน แต่จริงๆมันไม่ใช่
ผมคิดว่าการรับรู้อาเซียนของคนไทยหรือว่าสังคมไทย มันยังไม่มากพอ หรือว่ายังขาดความลึกซึ้ง พอเปิดเป็นประชาคมอาเซียน เช่นผมเป็นครูผมไปสอนที่ลาวได้เลย มันไม่ใช่ แรงงานแบบรายวันก็ไม่ได้เหมือนกัน มันก็ยังคงมีเงื่อนไขต่างๆอยู่ มันมีแค่ 7 อาชีพที่เขาเปิด และมีราวๆ 10 อาชีพที่เขาขาดแคลน
ผมว่าแต่ละประเทศก็กลัวตัวเองจะไม่มีแรงงาน เหมือนประเทศไทยตอนนี้ แรงงานที่ใช้แรงงานจริงๆจะไม่มีแล้ว ต้องเอาแรงงานจากเพื่อนบ้านเข้ามาเช่นกัน ทีนี้ประเทศเพื่อนบ้านก็เหมือนกัน ถ้าเกิดการลงทุนในลาว การลงทุนในเวียดนาม เขาก็กลัวเหมือนกันว่าเขาจะไม่มีแรงงาน เพราะว่าต้องใช้แรงงาน ผมจึงมองว่าแต่ละประเทศก็ยังมีอุปสรรคระหว่างกันอยู่ เขาก็คงเหมือนกันที่ว่ากัมพูชาตอนนี้ก็รอให้จีนมาลงทุน ลาวก็รอ เวียดนามก็รอ ทุกชาติก็มีความฝันของตัวเองหมดว่าอยากให้ทุกคนมาลงทุน
เราก็รอ แต่เรารอไม่ได้ นอกจากคุณจะเปลี่ยนเขตหรือบางอำเภอชายแดนให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม แล้วก็ทำให้เป็นแรงงานรายวัน คือไปเช้าเย็นกลับอาจจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า แต่ก็จะเกิดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องอะไรอีกหลายๆอย่างตามมา
SIU: ปัจจุบันคนมักเทความสนใจการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในด้านเศรษฐกิจหรือ AEC ทั้งๆที่มีตั้ง 3 เสา อาจารย์คิดเห็นอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: คือคนมักจะเอาเรื่องเศรษฐกิจมาตั้ง แต่ผมว่าเรื่องวัฒนธรรมมันจะกว้างกว่า คือผมไม่อยากเอาเงินมาจับหรืออธิบาย ตอนนี้ผมมองว่ายิ่งโลกมัน Globalization มากขึ้นเท่าไหร่ ความแตกต่างมันก็ยิ่งมากขึ้น เพื่อที่จะหาจุดเด่นของเราเอง เราจะสร้างเองมันไม่ได้ มันไม่โดนคัดกรอง มันไม่โดนเลือกสรร อะไรที่มันสร้างอยู่แล้ว มันก็จะกรองจะคัดสรรด้วยตัวของมันเอง มันจะมีความหลากหลายของมันเอง
ผมจึงคิดว่านี่จะเป็นจุดแข็งมากกว่า จะอยู่ได้นานกว่า คือถ้าจะเน้นจุดแข็ง จะเน้นอาเซียน แต่ไม่มองเรื่องวัฒนธรรม หาจุดแข็งไม่เจอเราจะไปต่อไม่ได้ เราจะเป็นที่หนึ่งไม่ได้ วัฒนธรรมจะช่วยส่งเสริมอะไรหลายๆอย่าง แต่ผมไม่อยากมองว่าวัฒนธรรมที่หลากหลายจะส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจ นั่นก็จะเป็นการมองเรื่องเงินมากเกินไป แต่ผมมองว่าวัฒนธรรมจะเป็นตัวตอบโจทย์ของคนในพื้นที่ได้ดีที่สุด ในเรื่องอาหาร ภูมิปัญญา การแต่งกาย ความเชื่อ ทุกอย่างมันจะสอดคล้องกัน
วัฒนธรรมมันเป็นเรื่องท้องถิ่นที่มันมีของตัวมันเองอยู่แล้ว ที่มันสามารถได้เกิดขึ้นมาด้วยตัวมันเอง สร้างด้วยตัวของมันเอง มันใช้ได้ดีอยู่แล้ว ถ้าเราเอาที่อื่นมาใส่ก็จะเกิดปัญหา เช่นเรื่องเครื่องแต่งกาย สมมติเอาสูทมาใส่ในพื้นที่เขตร้อนชื้น มันไม่มีความสุข แต่สมมติคุณใส่ชุดของคุณเอง เช่น โสร่ง ผ้าฝ้าย มันก็สบาย นี่แค่ตัวอย่างหนึ่ง
ในขณะเดียวกันมันก็จะโยงกันไปหมดทุกอย่าง แค่การทำผ้าพื้นเมืองมันก็จะโยงไปถึงเศรษฐกิจชุมชน อุตสาหกรรมในชุมชน ดังนั้นทุกคนก็ต้องเข้าไปทำงานในโรงงานกันหมด แต่ในขณะเดียวกัน การที่คุณสร้างเศรษฐกิจชุมชน ก็จะสร้างให้คนในพื้นที่มีอาชีพ ไม่ต้องไปใช้แรงงาน ทุกๆเรื่องจะไปด้วยกันหมดเลย ถ้าคุณค่อยๆเขียนเป็น Mind Map หรือ Tree Map ค่อยๆร่างเป็นต้นไม้ ก็จะเห็นว่าความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นมันจะส่งผลอย่างไร
ผมมองว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากปัญหา แล้วมันก็จะหวนกลับมาเองว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราจะทำอย่างไร มีนักคิดแบบนี้หลายคน ในที่สุดชาวบ้านเห็นปัญหา เขาก็จะย้อนกลับมาเอง ผมมองว่าตอนนี้สังคมไทยก็ได้รับการศึกษามากขึ้น มีปราชญ์ชุมชน ผมมองว่าเมื่อมีปัญหามันก็จะสามารถแก้ไขได้เอง

อาจารย์เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ ศูนย์วิจัยสังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
SIU: หากพูดถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในมุมมองของหลายๆประเทศนั้น ในฐานะที่อาจารย์ศึกษาวิจัยสังคมในเขตลุ่มแม่น้ำโขง อาจารย์คิดว่าเราควรจะ Re-brand ภาพลักษณ์ของเราอย่างไรบ้าง
อาจารย์ ดร. เมธี เมธาสิทธิ สุขสำเร็จ: เลิกคิดว่าเราเป็นพี่ใหญ่ เลิกคิดว่าเราเป็นเบอร์หนึ่ง เรื่องเสียเอกราช เราต้องไปรื้อประวัติศาสตร์ รื้อการเรียนการสอนใหม่หมดเลย เพราะฉะนั้นที่เราสอนเรื่องพม่า เราเกลียดพม่า เพราะว่าพม่ามาตีเรา เรามองลาวว่าเป็นน้องเพราะว่าเขาอ่อนกว่าเรา ในหลายๆเรื่องเขาอ่อนกว่า เรามองกัมพูชาว่าเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจ
นี่คือสิ่งที่คนไทยมองแล้วเคยศึกษาแต่ละชาติไหม ผมเคยไปพม่า พม่ามองเราด้วยความชื่นชมว่าเราสามารถมาอยู่ในสังคมโลกได้ทันสมัยมาก มีทุกอย่างครบ ลาวจะมองว่าเราเป็นคนฉลาดแกมโกง ไว้ใจไม่ได้ กัมพูชาก็จะมองว่าเราเป็นคนฉลาดแกมโกงเหมือนกัน ขณะที่ประวัติศาสตร์ของไทย ไม่ได้คิดกับประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นอาเซียนด้วยกันในลักษณะที่เป็นเพื่อน
เนื่องจากไทยโดนกล่อมเกลาด้วยเรื่องของการศึกษาในเรื่องชาติ หรือ Nation แต่ประเทศเหล่านั้นถูกอาณานิคมมาครอบงำ ทำให้ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ลาว ลาวเป็นคำดูถูก เราต้องเปลี่ยนการศึกษาใหม่ อธิบายใหม่ อาเซียนต้องเรียนตั้งแต่ประถม แล้วก็ประวัติศาสตร์ชาติ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อาจจะต้องลด ต้องเรียนเรื่องในชุมชนของตัวเอง
อาเซียนต้องใหญ่ขึ้นมาในขณะที่ความเป็นชาติหรือว่าประวัติศาสตร์มันจะต้องลดลง หรืออธิบายให้เข้าใจมากขึ้นว่า เขตปลอดของอดีตคืออะไรทำไมประวัติศาสตร์ชาติ เกิดขึ้นมาเพราะอะไร ต้องอธิบายความเป็นเหตุและผลของประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ความเป็นเหตุเป็นผลของช่วงหนึ่ง หรือว่ายุคหนึ่งประวัติศาสตร์ฉบับนี้มันโดนเขียนมาเพื่ออะไร
พอมาถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ต้องเป็นอย่างไร อย่าให้อดีตกับปัจจุบันมาตีกัน ถ้ามาตีกันมันไม่สำเร็จ แต่ถ้านักประวัติศาสตร์จะรู้ว่าประวัติศาสตร์มันคืออะไร มันคือการอธิบายสังคมหรือว่าเป็นแค่ช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งแค่นั้นเอง แต่คนไทยคิดว่าประวัติศาสตร์คือเรื่องจริงและเป็นข้อเท็จจริง และถ้าคิดอย่างนั้นเราก็จะเชื่อ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่