วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดการฝึกอบรมหลักสูตร "กลยุทธ์การตลาดรุกและรับ AEC" ที่ จ.ราชบุรี

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดการฝึกอบรมหลักสูตร "กลยุทธ์การตลาดรุกและรับ AEC" ที่ จ.ราชบุรี:



กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “กลยุทธ์การตลาดรุกและรับ AEC" ที่จังหวัดราชบุรี

วันนี้ (22 ม.ค. 56) เวลา 09.30 น. นายกรีวิทย์ เจริญผล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 เป็นประธานเปิดพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร "กลยุทธ์การตลาดรุกและรับ AEC" ณ โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดราชบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี และหอการค้าจังหวัดราชบุรี จัดการฝึกอบรมหลักสูตร "กลยุทธ์การตลาดรุกและรับ AEC" ระหว่างวันที่ 22 – 24 มกราคม 2556 ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในตลาด AEC จุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละประเทศทั้งในด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และสามารถวิเคราะห์โอกาส อุปสรรค และปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระบบเศรษฐกิจ AEC สามารถรุกและขยายการค้าเข้าสู่ประเทศในกลุ่ม AEC ได้ โดยมีผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้ารับการอบรมจำนวน 40 คน


ผู้สื่อข่าว : สุภาพร ไทยเจียมอารีย์


หน่วยงาน : สวท.ราชบุรี


ที่มาของข่าว :

ประชาคมการเมือง-ความมั่นคงอาเซียน: ASEAN Political-Security Community Blueprint

ประชาคมการเมือง-ความมั่นคงอาเซียน: ASEAN Political-Security Community Blueprint:
ประชาคมการเมือง ความมั่นคง (ASEAN Political-Security Community): APSC Blueprint
ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงนี้ ผู้นำอาเซียนต่างเห็นพ้องที่จะก่อตั้งประชาคมการเมือง ความมั่นคง โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศในภูมิภาคนี้จะดำรงอยู่ร่วมกับชาติอื่นๆ ได้อย่างสันติ ด้วยความยุติธรรม มีประชาธิปไตย และมีบรรยากาศที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
โดยสมาชิกของประชาคมจะต้องระงับความขัดแย้งอย่างสันติ ท่ามกลางความแตกต่างของแต่ละรัฐสมาชิก ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมีเส้นเขตแดนทางภูมิศาสตร์ร่วมกัน รวมถึงการมีวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ร่วมกัน ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยการพัฒนาทางการเมือง การมีบรรทัดฐานร่วมกัน การร่วมกันป้องกันมิให้เกิดข้อขัดแย้ง การหาหนทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน การสร้างสันติภาพหลังความขัดแย้ง และการมีกลไกที่ทำให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้น
APSC Blueprint Asean Political-Security Community ประชาคมการเมือง-ความมั่นคงอาเซียน
APSC Blueprint Asean Political-Security Community ประชาคมการเมือง-ความมั่นคงอาเซียน

 พิมพ์เขียวประชาคมการเมือง-ความมั่นคง

(Asean Political-Security Community Blueprint)

ประชาคมการเมือง-ความมั่นคงอาเซียนนี้ ตั้งอยู่บนฐานที่มีค่านิยมและบรรทัดฐานร่วมกัน มีสันติภาพ เสถียรภาพ และเป็นภูมิภาคที่มีความยืดหยุ่นที่จะรับผิดชอบร่วมกันกับความมั่นคงอย่างครอบคลุม โดยมีพิมพ์เขียวประชาคมการเมือง ความมั่นคง และกฎบัตรอาเซียนเป็นตัวนำทาง ทั้งในเชิงหลักการและเป็นเป้าประสงค์สำหรับโรดแมปที่จะนำไปสู่การก่อตั้งประชาคมใน ค.ศ. 2015
ลักษณะสำคัญ 3 ประการของประชาคมการเมือง – ความมั่นคงอาเซียน 
  • เป็นประชาคมที่ตั้งอยู่บนกฎ กติกา ที่มีค่านิยมและบรรทัดฐานร่วมกัน (A Rules-based Community of shared values and norms.)
  • เป็นภูมิภาคที่ยึดหลักสันติ ความมีเสถียรภาพและความยืดหยุ่น มีความรับผิดชอบร่วมกันในมิติด้านความมั่นคง (A Cohesive, Peaceful, Stable and Resilient Region with shared responsibility for comprehensive security.)
  • มุ่งปฏิสัมพันธ์กับประเทศนอกภูมิภาคอย่างมีพลวัตท่ามกลางโลกที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อพึ่งพาระหว่างกัน (A Dynamic and Outward-looking Region in an increasingly integrated and interdependent world.)
หากพูดถึงเสาหลักทางด้านประชาคมการเมือง-ความมั่นคงของอาเซียนแล้ว มิพักต้องให้ความสำคัญกับการทูตทหารเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากถือเป็นกลไกหลักในการผลักดันความร่วมมือให้เกิดความสำเร็จ และยังบรรเทาความขัดแย้งทั้งยังแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย
บทความหน้าเราจะพูดถึงการทูตทหารในอาเซียน ประเด็นที่เราจะพูดถึงในที่นี้เป็นทั้งแพลตฟอร์มที่พูดถึงนโยบายการปฏิบัติงานและมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการนำไปปฏิบัติจริง นั่นคือ การประชุมระดับรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (Asean Defence Minister’s Meeting: ADMM) ที่เป็นกลไกสูงสุดสำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงในอาเซียน ถือเป็นการประชุมที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองถึงประเด็นความมั่นคงในปัจจุบันและความท้าทายที่ต้องเผชิญร่วมกันในภูมิภาค

อาเซียนฉลอง 40 ปี ความร่วมมือและมิตรภาพกับญี่ปุ่น

อาเซียนฉลอง 40 ปี ความร่วมมือและมิตรภาพกับญี่ปุ่น:
อาเซียนจัดงานฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 40 ปี ระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น ขึ้นที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา โดย นายเล เลือง มินห์ (Le Luong Minh) เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 40 ปี ทั้งยังได้เสริมอีกว่า ในฐานะที่เป็นพันธมิตรและคู่เจรจาที่เก่าแก่ที่สุดของอาเซียน ญี่ปุ่นและอาเซียนได้ร่วมเผชิญความท้าทายต่างๆ มาด้วยกัน เช่นนั้นจึงไม่แปลกที่ญี่ปุ่นจะมองว่าอาเซียนเป็นพันธมิตรหลักในด้านความมั่นคง เสถียรภาพ และความมั่งคั่งรุ่งเรืองของตน ทั้งนี้ อาเซียนยินดีอย่างยิ่งที่จะขยายและเสริมสร้างข้อผูกพันระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลา 40 ปี อาเซียนและญี่ปุ่นได้ช่วยเหลือและร่วมมือกันพัฒนาภูมิภาคเอเชียให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม โดยจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและลึกซึ้งดังกล่าว ต้องย้อนกลับไปในปี 1973 ในการประชุมว่าด้วยยางสังเคราะห์ (Forum on Synthetic Rubber) ที่ผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายเข้าประชุมร่วมกัน และญี่ปุ่น ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทาเคโอะ ฟูคาดะ (Takeo Fukada) ก็ได้ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติต่ออาเซียนในฐานะคู่เจรจาที่เท่าเทียมกัน
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรทั้งสองคืบหน้าและขยายไปสู่ความร่วมมือในภาคส่วนอื่นๆ  ทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การจัดการภัยพิบัติ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ฯลฯ จนในปัจจุบัน อาเซียนกลายเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสทางการตลาด ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ต่างก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญต่อกัน โดยในปี 2011 ญี่ปุ่นยังคงเป็นคู่ค้าอันดับสองของอาเซียน ด้วยมูลค่าการค้ากว่า 273.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ที่มา: http://www.asean.org/news/asean-secretariat-news/item/thoughts-connected-future-connected-celebrating-40-years-of-asean-japan-friendship-cooperation

กลุ่มประเทศอาเซียน เตรียมจัดทำตัวชี้วัดความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้เป็นมาตรฐานเดียว พร้อมเตรียมจัดลำดับอุตสาหกรรมอันตรายใหม่

กลุ่มประเทศอาเซียน เตรียมจัดทำตัวชี้วัดความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้เป็นมาตรฐานเดียว พร้อมเตรียมจัดลำดับอุตสาหกรรมอันตรายใหม่:



กลุ่มประเทศอาเซียน เตรียมจัดทำตัวชี้วัดความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ให้เป็นมาตรฐานเดียว พร้อมเตรียมจัดลำดับอุตสาหกรรมอันตรายใหม่
นายอาทิตย์ อิสโม รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังร่วมประชุมเครือข่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยกับ 10 ประเทศอาเซียน และประเทศ เกาหลีใต้ ที่ รร.เซ็นจูรี่ปาร์คกรุงเทพฯ ว่า จากรายงานความปลอดภัย และอาชีวอนามัยของแต่ละประเทศในอาเซียน มีตัวชี้วัดที่ไม่เท่าเทียมกัน เช่น ประเทศสิงคโปร์ ใช้อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานเทียบต่อแรงงาน 1 พันคน ประเทศมาเลเซียคิดอัตราเป็นร้อยละ ส่วนประเทศไทยจะเริ่มนับ เมื่อแรงงานต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไป เพื่อให้มีตัวชี้วัดเป็นมาตรฐานเดียวกัน รับการเป็นประชาคมอาเซียน จึงต้องหารือร่วมระหว่างเครือข่าย คาดว่าจะสรุปตัวชี้วัดที่เป็นมาตรฐานได้ในเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ จะจัดลำดับอุตสาหกรรมเสี่ยงระดับอาเซียนใหม่ พร้อมกำหนดรายละเอียดของความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้ทัดเทียมกัน



ผู้สื่อข่าว : นภาเพ็ญ สุภโกศล / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

Asian

Asian: Blog: Ball Pongphisut

Entry: Asian

Author: Asian

กำเนิดอาเซียน
อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ซึ่งได้มีการลงนามที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมาชิกก่อตั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศ ประกอบด้วยนายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย) ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย) นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์) นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์) และพันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศไทย)
ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม (เป็นสมาชิกเมื่อ 8 ม.ค.2527) เวียดนาม (วันที่ 28 ก.ค. 2538) สปป.ลาว พม่า (วันที่ 23 ก.ค. 2540) และ กัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกล่าสุด (วันที่ 30 เม.ย. 2542) ให้ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ
วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งอาเซียน คือ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพเสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมการกินดีอยู่ดีของประชาชนบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก
สัญลักษณ์ของอาเซียน คือ รูปรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลม สีขาวและสีน้ำเงิน
รวงข้าว 10 ต้น หมายถึง ประเทศสมาชิก 10 ประเทศ
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและการมีพลวัติ
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง
กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter)
ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2550 ที่ประเทศสิงค์โปร์ ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในกฎบัตร อาเซียนซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญของอาเซียนที่จะวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558 (ค.ศ. 2015) ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ โดยวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน คือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ กฎบัตรจะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Organization)
กฎบัตรอาเซียน ประกอบด้วยข้อบทต่าง ๆ 13 บท 55 ข้อ มีประเด็นใหม่ที่แสดงความก้าวหน้าของอาเซียน ได้แก่
(1) การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน(2) การให้อำนาจเลขาธิการอาเซียนสอดส่องและรายงานการทำตามความตกลงของรัฐสมาชิก(3) การจัดตั้งกลไกสำหรับการระงับข้อพิพาทต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก(4) การให้ผู้นำเป็น ผู้ตัดสินว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อรัฐผู้ละเมิดพันธกรณีตามกฎบัตรฯ อย่างร้ายแรง(5) การเปิดช่องให้ใช้วิธีการอื่นในการตัดสินใจได้หากไม่มีฉันทามติ(6) การส่งเสริมการปรึกษาหารือกันระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อผลประโยชน์ร่วม(7) การเพิ่มบทบาทของประธานอาเซียนเพื่อให้อาเซียนสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที(8) การเปิดช่องทางให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรภาคประชาสังคมมากขึ้น และ(9) การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ให้มีการประชุมสุดยอดอาเซียน 2 ครั้งต่อปี จัดตั้งคณะมนตรีเพื่อประสานความร่วมมือในแต่ละ 3 เสาหลัก และการมีคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการประชุมของอาเซียน เป็นต้น
กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 หลังจากที่ประเทศสมาชิกครบทั้ง 10 ประเทศ ได้ให้สัตยาบันกฎบัตร และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552 ที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นการประชุมระดับผู้นำอาเซียนครั้งแรกหลังจากกฎบัตรมีผลบังคับใช้

 ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)
 ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยความร่วมมือ 3 เสาหลัก คือ
ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community–APSC)
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community–AEC)

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio-Cultural Community–ASCC)

1. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน


(ASEAN Political and Security Community – APSC)

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และสามารถแก้ไขปัญหาและความขัดแย้ง โดยสันติวิธี อาเซียนจึงได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community Blueprint) โดยเน้นใน 3 ประการ คือ
1) การมีกฎเกณฑ์และค่านิยมร่วมกัน ครอบคลุมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะร่วมกันทำเพื่อสร้างความเข้าใจในระบบสังคมวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่แตกต่างของประเทศสมาชิก ส่งเสริมพัฒนาการทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน เช่น หลักการประชาธิปไตย การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม การต่อต้านการทจริต การส่งเสริมหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เป็นต้น
2) ส่งเสริมความสงบสุขและรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาความมั่นคงสำหรับประชาชนที่ครอบคลุมในทุกด้านครอบคลุมความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในรูปแบบเดิม มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการระงับข้อพิพาท โดยสันติเพื่อป้องกันสงครามและให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ด้วยกัน โดยสงบสุขและไม่มีความหวาดระแวง และขยายความร่วมมือเพื่อต่อต้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ เช่น ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและจัดการภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ
3) การมีพลวัตและปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก เพื่อเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น กรอบอาเซียน+3 กับจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ตลอดจนความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับมิตรประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ
2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(ASEAN Political-Security Community-AEC)
มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้อาเซียนมีตลาดและฐานการผลิตเดียวกันและมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี อาเซียนได้จัดทำแผนงาน การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) ซึ่งเป็นแผนงานบูรณาการการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 4 ด้าน คือ
1) การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base) โดยจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น
2) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับประเด็นนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน การขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงาน)
3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ให้มีการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการเสริมสร้างขีดความสามารถผ่านโครงการต่าง ๆ
4) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาคเพื่อให้อาเซียนมีท่าทีร่วมกันอย่างชัดเจน
3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

(ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC)

อาเซียนได้ตั้งเป้าเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ในปี 2558 โดยมุ่งหวังเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์อาเซียน (ASEAN Identity) เพื่อรองรับการเป็นประชาคมสังคม และวัฒนธรรมอาเซียน โดยได้จัดทำแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint)ซึ่งประกอบด้วยความร่วมมือใน 6 ด้าน ได้แก่

1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
2) การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม
3) สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม
4) ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
5) การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน
6) การลดช่องว่างทางการพัฒนา

ทั้งนี้โดยมีกลไกการดำเนินงาน ได้แก่ การประชุมรายสาขาระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และระดับรัฐมนตรีและคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
สาระสำคัญของปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือ
ด้านการศึกษาเพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่เอื้ออาทรและแบ่งปันปฏิญญาชะอำ-หัวหินว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน เน้นย้ำถึงบทบาทของการศึกษาในการสร้างประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558 อันประกอบด้วย 3 เสาหลัก ดังนี้
1. บทบาทของภาคการศึกษาในเสาการเมืองและความมั่นคง
สนับสนุนความเข้าใจและความตระหนักรับรู้เรื่องกฎบัตรอาเซียนให้มากขึ้นโดยผ่านหลักสูตรอาเซียน ในโรงเรียนและเผยแพร่กฎบัตรอาเซียนที่แปลเป็นภาษาต่างๆ ของชาติ ในอาเซียนให้เน้นในหลักการแห่งประชาธิปไตยให้มากขึ้น เคารพในสิทธิมนุษยชนและค่านิยมในเรื่องแนวทางที่สันติภาพในหลักสูตรของโรงเรียนสนับสนุน ความเข้าใจและความตระหนักรับรู้ในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณีและความเชื่อในภูมิภาคในหมู่อาจารย์ผ่านการฝึกอบรม โครงการแลกเปลี่ยน และการจัดตั้งข้อมูลพื้นฐานออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องนี้จัดให้มีการประชุมผู้นำโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอในฐานะที่เป็นพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นในภูมิภาคอาเซียนที่หลากหลาย การสร้างศักยภาพและเครือข่าย รวมทั้งยอมรับการดำรงอยู่ของเวทีโรงเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia School Principals’ Forum: SEA-SPF)

2. บทบาทของภาคการศึกษาในเสาเศรษฐกิจ

พัฒนาพัฒนากรอบทักษะภายในประเทศของแต่ละประเทศสมาชิกเพื่อช่วยสนับสนุนการมุ่งไปสู่การจัดทำการยอมรับทักษะในอาเซียนสนับสนุนการขับเคลื่อนของนักเรียนนักศึกษาให้ดีขึ้นโดยการพัฒนาบัญชีรายการระดับภูมิภาคของอุปกรณ์สารนิเทศด้านการศึกษาที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจัดหาได้สนับสนุนการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือในภูมิภาคอาเซียน โดยผ่านกลไกความร่วมมือในระดับภูมิภาคระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับความพยายามในการปกป้องและปรับปรุงมาตรฐานทางด้านการศึกษาและวิชาชีพพัฒนามาตรฐานด้านอาชีพบนพื้นฐานของความสามารถในภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งไปที่การสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก และเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมโดยประสานกับกระบวนการกรอบการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านแรงงาน

3. บทบาทของภาคการศึกษาในเสาสังคมและวัฒนธรรม

พัฒนาเนื้อหาสาระร่วมในเรื่องอาเซียนสำหรับโรงเรียนเพื่อใช้เป็นตัวอ้างอิงสำหรับการฝึกอบรมและการสอนของครูอาจารย์เสนอให้มีหลักสูตรปริญญาด้านศิลปวัฒนธรรมอาเซียนในมหาวิทยาลัยเสนอให้มีภาษาประจำชาติอาเซียน ให้เป็นภาษาต่างประเทศวิชาเลือกในโรงเรียนสนับสนุนโครงการระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นที่การส่งเสริมการตระหนักรับรู้เกี่ยวกับอาเซียนให้แก่เยาวชนรับรองการมีอยู่ของโครงการอื่นๆ เช่น การนำเที่ยวโรงเรียนอาเซียน โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษาอาเซียน การประชุมเยาวชนอาเซียนด้านวัฒนธรรม การประชุมสุดยอดเยาวชนนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอาเซียน การประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน และการประกวดสุนทรพจน์ระดับเยาวชน สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในประเทศสมาชิกอาเซียนโดยการสนับสนุนการศึกษาสำหรับทุกคนจัดให้มีการประชุมวิจัยทางด้านการศึกษาอาเซียนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนาในภูมิภาคให้เป็นเวทีสำหรับนักวิจัยจากประเทศสมาชิกเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นและเรื่องที่เกี่ยวข้องของภูมิภาคสนับสนุนความเข้าใจและการตระหนักรับรู้ในประเด็นและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียนโดยการบูรณาการให้อยู่ในหลักสูตรในโรงเรียน และการมอบรางวัลโรงเรียนสีเขียวอาเซียนเฉลิมฉลองวันอาเซียน (วันที่ 8 สิงหาคม)ในโรงเรียนโดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การร้องเพลงชาติอาเซียน การจัดการแข่งขันเรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาเซียนการจัดแสดงเครื่องหมาย และสัญลักษณ์อื่นๆ ของอาเซียน การจัดค่ายเยาวชนอาเซียน เทศกาลเยาวชนอาเซียนและวันเด็กอาเซียนเห็นชอบที่จะเสนอในรัฐสมาชิกอาเซียน แบ่งปันทรัพยากรแก่กัน และพิจารณาการจัดตั้งกองทุนพัฒนาด้านการศึกษาของภูมิภาคเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างเพียงพอในการปฏิบัติการต่าง ๆได้ตามที่ได้รับการเสนอแนะมามอบหมายให้ องค์กรระดับรัฐมนตรีรายสาขาของอาเซียนเกี่ยวข้องและเลขาธิการอาเซียนดำเนินการปฏิบัติตามปฏิญญานี้โดยการให้แนวทางและสนับสนุนแผน 5 ปีของอาเซียนว่าด้วยเรื่องการศึกษา
รวมทั้งข้อตกลงในการควบคุมดูแลที่ได้รับการสนับสนุนโดยคณะกรรมการผู้แทนถาวรและรายงานต่อที่ประชุม สุดยอดอาเซียนเป็นประจำผ่านคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนทราบผลการคืบหน้าของการดำเนินการปฏิญาณว่าความมุ่งมั่นและข้อผูกพันของผู้นำอาเซียนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาเพื่อให้เกิดประชาคมอาเซียนที่มีการเคลื่อนไหวประชาคมที่มีความเชื่อมโยงกันและประชาคมของประชาชนอาเซียนและเพื่อประชาชนอาเซียน
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินการด้านการศึกษาตามปฏิญญาชะอำ-หัวหิน ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อบรรลุประชาคมอาเซียนที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน
จากการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาในอาเซียนสู่การบรรลุเป้าหมายการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี 2558 เมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2553 ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ผู้อำนวยการเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนและผู้แทนกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบร่างนโยบายเพื่อดำเนินงานตามปฏิญญาชะอำ-หัวหินด้านการศึกษา จำนวน 5 นโยบาย ดังนี้
นโยบายที่ 1 การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเจตคติที่ดีเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมของครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558นโยบายที่ 2 การพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนให้มีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวประชาคมอาเซียน เช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะและความชำนาญการที่สอดคล้องกับการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรม และการเพิ่มโอกาสในการหางานทำของประชาชน รวมทั้งการพิจารณาแผนผลิตกำลังคน นโยบายที่ 3 การพัฒนามาตรฐานการศึกษาเพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนของนักศึกษาและครูอาจารย์ในอาเซียน รวมทั้งเพื่อให้มีการยอมรับในคุณสมบัติทางวิชาการร่วมกันในอาเซียน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนเยาวชน การพัฒนาระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งช่วยสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต การส่งเสริมและปรับปรุงการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมทางอาชีพ ทั้งในขั้นต้นและขั้นต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมและเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาของประเทศสมาชิกของอาเซียนนโยบายที่ 4 การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเสรีการศึกษาในอาเซียนเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนประกอบด้วย การจัดทำความตกลงยอมรับร่วมด้านการศึกษา การพัฒนาความสามารถ ประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพสำคัญต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดเสรีการศึกษาควบคู่กับการเปิดเสรีด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานนโยบายที่ 5 การพัฒนาเยาวชนเพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Member States)


เนการาบรูไนดารุสซาลาม : Negara Brunei Darussalam
การปกครอง : สมบูรณาญาสิทธิราชย์
ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาเลาะห์
เมืองหลวง : บันดาร์เสรีเบกาวัน
ภาษาราชการ : ภาษามาเลย์, ภาษาอาหรับ
หน่วยเงินตรา : บรูไนดอลลาร์
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mofat.gov.bn


ราชอาณาจักรกัมพูชา : Kingom of Cambodia
การปกครอง : ระบอบประชาธิปไตย
ประมุข : พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
ภาษาราชการ : ภาษาเขมร
หน่วยเงินตรา : เรียล
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mfaic.gov.kh


สาธารณรัฐอินโดนีเซีย : Republic of Indonesia
การปกครอง : ระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย
ประมุข : พลโทซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน
เมืองหลวง : กรุงจาการ์ตา
ภาษาราชการ : ภาษาบาร์ฮาซา, ภาษาอินโดนีเซีย
หน่วยเงินตรา : รูเปียห์
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.kemlu.go.id


สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว : The Loa People's Democratic Republic
การปกครอง : ระบอบสังคมนิยม
ประมุข : พลโทจูมมะลี ไซยะสอน
เมืองหลวง : นครหลวงเวียงจันทน์
ภาษาราชการ : ภาษาลาว
หน่วยเงินตรา : กีบ
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mofa.gov.la


มาเลเซีย : Malaysia
การปกครอง : สหพันธรัฐ โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประมุข
ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านตวนกู อับดุล ฮาลิม มูอัซซอม ซาร์
เมืองหลวง : กรุงกัวลาลัมเปอร์
ภาษาราชการ : ภาษามาเลย์
หน่วยเงินตรา : ริงกิต
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.kln.gov.my


สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ : Republic of the Union of the Myanmar
การปกครอง : ระบบประธานาธิบดี
ประมุข : พลเอกเต็ง เส่ง
เมืองหลวง : นครเนปิดอร์
ภาษาราชการ : ภาษาพม่า
หน่วยเงินตรา : จั๊ต
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mofa.gov.mm


สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ : Republic of the Philippine
การปกครอง : สาธารณรัฐเดี่ยวระบบประธานาธิบดี
ประมุข : เบนิกโน อากีโน ที่ 3
เมืองหลวง : กรุงมะลิลา
ภาษาราชการ : ภาษาตากาล๊อก, ภาษาอังกฤษ
หน่วยเงินตรา : เปโซ
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.dfa.gov.ph


สาธารณรัฐสิงคโปร์ : Republic of Singapore
การปกครอง : ระบบสาธารณรัฐแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุข
ประมุข : โทนี ตัน เค็ง ยัม
เมืองหลวง : สิงคโปร์
ภาษาราชการ : ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีนกลาง, ภาษามาเลย์, ภาษาทมิฬ
หน่วยเงินตรา : ดอลล่าร์สิงคโปร์
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mfa.gov.sg


ราชอาณาจักรไทย : Kingdom of Thailand
การปกครอง : ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ประมุข : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร
ภาษาราชการ : ภาษาไทย
หน่วยเงินตรา : บาท
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mfa.go.th


สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม : Socialist Republic of Vietnam
การปกครอง : ระบอบสังคมนิยมเวียดนาม
ประมุข : เจือง เติ๋น ซาง
เมืองหลวง : กรุงฮานอย
ภาษาราชการ : ภาษาเวียดนาม
หน่วยเงินตรา : ด่อง
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ : www.mofa.gov.vn

นายกรัฐมนตรี กำชับ กระทรวงแรงงาน ดูแล 3 ประเด็นสำคัญ เน้นการจับคู่ตำแหน่งงาน เพื่อรองรับการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และปัญหาแรงงานต่างด้าว

นายกรัฐมนตรี กำชับ กระทรวงแรงงาน ดูแล 3 ประเด็นสำคัญ เน้นการจับคู่ตำแหน่งงาน เพื่อรองรับการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และปัญหาแรงงานต่างด้าว:



นายกรัฐมนตรี กำชับกระทรวงแรงงาน ดูแล 3 เรื่องสำคัญ เน้นการจับคู่ตำแหน่งงาน รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และปัญหาแรงงานต่างด้าว
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงแรงงาน ร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เร่งจัดระบบแรงงานต่างด้าวตามตะเข็บชายแดนให้เป็นระบบ โดยจะเรียกนายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน มาสอบถามว่าอะไรเป็นจุดอ่อน ให้ปรับปรุงให้ชัดเจน ซึ่งอาจนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้งานแรงงานต่างด้าวกลุ่มเช้ามาเย็นกลับให้ทราบจำนวนที่ชัดเจน เพื่อควบคุมให้ถูกต้องและไม่มีการลักลอบไปทำงานนอกเหนือการได้รับอนุญาต รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้จับคู่ตำแหน่งงาน (แมชชิ่ง)ตำแหน่งงานกับสถานศึกษาต่างๆ รองรับการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ว่า เมื่อมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี จะกระทบแรงงานไทยหรือไม่ เพื่อป้องกันการดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกำชับให้ดูแลสวัสดิการแรงงานหลังจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับฝีมือแรงงาน



ผู้สื่อข่าว : นภาเพ็ญ สุภโกศล / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

กระทรวงคมนาคม พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน

กระทรวงคมนาคม พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน:



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในการประชุมสัมมนา “การมอบนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศและการชี้แจงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557” ว่า โครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยปัจจุบัน อยู่อันดับที่ 40 กว่าของภูมิภาค และไม่มีการพัฒนามานานจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเปลี่ยนการขนส่งทางถนนมาระบบรางและทางน้ำให้มากขึ้น ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนระดับภูมิภาคอาเซียน สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคม การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น
ส่วนความคืบหน้าในการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 เส้นทาง ขณะนี้มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 50 เชื่อว่าภายในเวลา 5-10 ปี จะเปิดให้บริการแต่ละเส้นทางได้ ส่วนการจัดซื้อรถเมล์ NGV 3,183 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คาดว่า 1 – 2 วันนี้ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป


ผู้สื่อข่าว : ดวงกมล แสงจันทร์ /สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :