วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สมุทรปราการจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

สมุทรปราการจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน:



จังหวัดสมุทรปราการ เสริมสร้างความรู้ให้ทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยได้มีการเตรียมพร้อมในเชิงนโยบาย ซึ่งปรากฏทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 ตลอดจนการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ จังหวัดสมุทรปราการได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้กำหนดจัดการจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ผู้นำชุมชนและประชาชนที่สนใจ จำนวน 350 คน ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้ เรื่อง แนวโน้ม โอกาสการพัฒนาและผลกระทบต่อจังหวัดสมุทรปราการ การเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

จังหวัดสมุทรปราการ มีศักยภาพในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่มอาเซียน และมีโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 6,000 แห่ง ซึ่งการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จังหวัดสมุทรปราการจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม การจัดสัมมนาในครั้งนี้ก็เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจ รวมทั้งเตรียมความของทุกภาคส่วน รองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการ ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ผู้สื่อข่าว : ไพโรจน์ รอดนิล


หน่วยงาน : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ


ที่มาของข่าว :

เปิดประตูอาเซียน โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ

เปิดประตูอาเซียน โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ:



โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยกระดับขีดความสามารถและพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการในการทำงานแบบบูรณาการ และเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะด้านบริหารจัดการให้กับผู้บริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จึงได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน ระหว่าง นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
นายนนทิกร กล่าวว่า หลักสูตรการอบรมประกอบด้วยหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรระยะยาว ซึ่งจะช่วยพัฒนาความสามารถของผู้บริหาร โดยเน้นการพัฒนาทักษะการคิดและการพัฒนาการทำงานเพื่อการทำงานเชิงบูรณาการ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ,อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเริ่มดำเนินการอบรมระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กันยายนนี้
ขณะที่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเชื่อว่า โครงการนี้จะช่วยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้รับความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน การพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ รวมถึงการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป
โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ ที่จัดขึ้นครั้งนี้ เชื่อ จะทำให้มีการพัฒนาเพิ่มพูนทักษะและจะทำให้การบริหารจัดการในการปฏิบัตงานดียิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ การอบรมเพิ่มทักษะด้านภาษาให้กับข้าราชการ นั้นนับเป็นเรื่องที่ประโยชน์อย่างยิ่ง ยังเป็นการรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ด้วย


ผู้สื่อข่าว : ขนิษฐา ลือสัตย์


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว : นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ และนายนนทิกร กาญจนะจิตรา

สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ เชิญชวนประกวดหนังสั้น หัวข้อ “การเตรียมพลังคนรุ่นใหม่สู่การเป็นประชาคมอาเซียน” ชิงเงินรางวัล 20,000 บาท

สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ เชิญชวนประกวดหนังสั้น หัวข้อ “การเตรียมพลังคนรุ่นใหม่สู่การเป็นประชาคมอาเซียน” ชิงเงินรางวัล 20,000 บาท:



ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย หาเสียงย่านบางกอกใหญ่ นำเสนอนโยบายดูแลความปลอดภัยทุกพื้นที่
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย ใช้เวลาช่วงเช้าลงพื้นที่หาเสียงย่านบางกอกใหญ่ ในซอยเพชรเกษม 4 ชุมชนมีนมณี ชุมชนซอยวัดสังข์กระจาย ก่อนหาเสียง ได้ทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นศิริมงคล จากนั้นได้เดินทักทายประชาชน ตรวจเยี่ยมสภาพคลองข้างวัดสังข์กระจาย เข้านมัสการขอพรจากพระพิศาลพิพัฒนพิธาน เจ้าอาวาสวัดสังข์กระจายวรวิหาร และพบปะอาจารย์และนักเรียน โรงเรียนวัดราชสิทธาราม โดยกล่าวว่า หลังจากประกาศนโยบายความปลอดภัย จึงต้องการมาดูพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะการป้องกันอัคคีภัย ที่พบว่าอุปกรณ์ล้าสมัย และใช้งานไม่ค่อยได้ โดยมีแนวคิดจะให้มีสถานีดับเพลิงส่วนหน้าในชุมชน และติดตั้งหัวจ่ายน้ำสีแดงทุกพื้นที่ พร้อมปรับปรุงรถขนาดเล็ก เช่น รถสามล้อ รถจักรยานยนต์ เป็นรถดับเพลิงขนาดเล็ก ควบคู่กับการตรวจสอบเรื่องสายไฟเก่า ที่ต้องขอรับการสนับสนุนจากการไฟฟ้า สำหรับการลงพื้นที่ย่านบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ฐานเสียงใคร ก็ต้องลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อชี้แจงนโยบาย ขณะเดียวกันไม่ติดใจกับกรณีมีการตัดต่อภาพตนเองเผยแพร่สื่ออนไลน์ในทางเสียหาย เพราะเชื่อว่า กกต.ติดตามอยู่ และแม้จะถูกใส่ร้ายแต่จะไม่มีการฟ้องร้อง เพราะยึดหลักการหาเสียงด้วยความสมานฉันท์ ไม่ใส่ร้ายป้ายสี
สำหรับช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ จะลงพื้นที่หาเสียงย่านจรัญสนิทวงศ์ และชุมชนคลองเตย บ้านอุ่นใจ


ผู้สื่อข่าว : พรหมธิดา ทิพยานนท์ / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว :

สุรินทร์มั่นใจศก.ประชาคมอาเซียนไม่โยกคลอนตามยุโรป

สุรินทร์มั่นใจศก.ประชาคมอาเซียนไม่โยกคลอนตามยุโรป:



ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน แสดงความเห็นถึงการโยกคลอนของเศรษฐกิจในประชาคมยุโรป ว่า ในส่วนของประชาคมอาเซียนนั้นเราได้ตระหนักดีถึงความหลากหลายของภูมิภาคนี้ อาเซียนจึงมีเสาหลักที่สำคัญคือ เสาหลักวัฒนธรรม เคารพกันในความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม อาเซียนมีพื้นที่ประวัติศาสตร์ มุสลิมใหญ่สุดคือประเทศอินโดนีเซีย พุทธเถรวาทอยู่ในอาเซียนอยู่ในหลายประเทศเชื่อมต่อกันมีประชากรกว่า 200 ล้านคน เสาหลักวัฒนธรรมนี้สร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น ให้เกียรติกัน หากเสานี้พลาด ทุกอย่างจะพลาดด้วยทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง พลาดหมดดังนั้นเราจึงต้องร่วมกันปรับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ที่จะสามารถแลกเปลี่ยนถ่ายโอนกันได้ ให้เครดิตซึ่งกันและกัน"ยอมรับว่าหลักของอาเซียนนั้นมีประชาคมยุโรปหรืออียูเป็นแรงบันดาลใจ แต่ไม่ใช่พิมพ์เขียว
ส่วนของอียูนั้นมีการรวมตัวกันทางการเงิน แต่ไม่ได้มีการบริหารทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงกันหลายประเทศกำลังย่ำแย่ เยอรมันกำลังวิกฤติ อาเซียนเห็นสิ่งเหล่านี้จึงไม่เคยคิดเรื่องเงินตระกูลเดียวกัน เศรษฐกิจเดียวกัน ที่ทำนั้นเราใช้กรณีอีสเอเซียเจอกับวิกฤติต้มยำกุ้ง เราใช้เป็นนาฬิกาปลุก เราจึงมีกองทุนพิเศษเหมือนเครื่องดับเพลิง หรือกองทุน CMIM.สำหรับประเทศในอาเซียน ที่มีจุดเริ่มต้นจากการพูดคุยที่จังหวัดเชียงใหม่โดยคนริเริ่มคือคุณธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ ขณะนี้กองทุนนี้มีอยู่ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ไว้ดูดซับวิกฤติทางการเงินของเอเชีย" ดร.สุรินทร์กล่าว

ผู้สื่อข่าว : เจษฎา ชาลีมี


หน่วยงาน : สำนักข่าว


ที่มาของข่าว : http://breakingnews.nationchannel.com

สิงคโปร์ (2-6 ก.พ. 56)

สิงคโปร์ (2-6 ก.พ. 56):
สิงคโปร์วางแผนขยายบริการขนส่งมวลชน
นายหลิว ทัก ยิว (Lui Tuck Yew) รัฐมนตรีกระทรวงการชนส่งของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมเพิ่มจำนวนรถขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟและรถโดยสารประจำทาง เพื่อรองรับปริมาณความหนาแน่นของผู้คนในชั่วโมงเร่งด่วนที่จะเพิ่มขึ้นอีกราวร้อยละ 70 ในอีก 5 ปีข้างหน้า
โดยโครงการขยายบริการขนส่งมวลชนมูลค่ากว่า 50 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จะเน้นการเพิ่มจำนวนรถโดยสารประจำทาง 550 คัน ขยายเส้นทางรถโดยสารประจำทางอีกกว่า 30 กิโลเมตร รวมไปถึงการปรับปรุงและพัฒนาการบริการต่างๆ โดยมีระบบชนส่งมวลชนของลอนดอนและโซลเป็นต้นแบบ

ที่มา: straitstimes.com

กรมขนส่งฯ เผยใบขับขี่สมาร์ทการ์ดไทยใช้ได้ทั่วอาเซียน

กรมขนส่งฯ เผยใบขับขี่สมาร์ทการ์ดไทยใช้ได้ทั่วอาเซียน: กรมการขนส่งทางบกเดินหน้า!!! เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางถนนรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยใบขับขี่สมาร์ทการ์ดของไทยจะใช้ได้ทันทีในกลุ่มประเทศอาเซียน และรถบรรทุกและรถโดยสารไทยไม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพกับประเทศสมาชิกอาเซียนอีก และไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายใหม่เพราะมีภาษาอังกฤษกำกับไว้เรียบร้อยแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบหนังสือรับรองคุณภาพให้สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการจัดทำบัญชี หวังยกระดับสำนักงานบัญชีไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เตรียมพร้อมรับการแข่งขันในตลาด AEC

กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบหนังสือรับรองคุณภาพให้สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการจัดทำบัญชี หวังยกระดับสำนักงานบัญชีไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เตรียมพร้อมรับการแข่งขันในตลาด AEC:



กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบหนังสือรับรองคุณภาพให้สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการจัดทำบัญชี หวังยกระดับสำนักงานบัญชีไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล เตรียมพร้อมรับการแข่งขันในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองคุณภาพให้สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการจัดทำบัญชี จำนวน 20 ราย เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนเป็นแบบอย่างที่ดีที่สามารถพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันในเวทีการค้าเสรีได้อย่างมั่นคง โดยคาดหวังให้สำนักงานบัญชีไทยรายอื่น ๆ นำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไป ซึ่งสำนักงานบัญชีที่ได้การรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินเข้มข้นจากเจ้าหน้าที่ของสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO สามารถนำระบบคุณภาพมาใช้บริหารจัดการธุรกิจได้ ช่วยให้ข้อมูลทางบัญชีและรายงานทางการเงินของภาคธุรกิจในประเทศมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้งบการเงินทุกประเภท โดยปัจจุบันมีสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้รับหนังสือรับรองแล้ว 53 แห่ง ซึ่งคาดว่าสำนักงานบัญชีที่มีอยู่ทั่วประเทศจะทยอยยกระดับมาตรฐานคุณภาพเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานสากลเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558
พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดอบรมหลักสูตร “ต้นกล้าสำนักงานบัญชีคุณภาพ” เพื่อพัฒนาความรู้ และสร้างความพร้อมให้สำนักงานบัญชีของไทยก้าวสู่การเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ มีมาตรฐานเทียบเคียงระดับสากล พร้อมให้บริการลูกค้าทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน เน้นให้ความรู้เกี่ยวกับ AEC โอกาสทางการตลาดสำหรับสำนักงานบัญชี การพัฒนาศักยภาพของสำนักงานบัญชีด้วยมาตรฐานการรายงานทางการเงิน รวมถึงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 340 ราย โดยที่ผ่านมามีผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าวแล้ว 1,091 ราย และตั้งเป้าผลักดันให้มีต้นกล้าสำนักงานบัญชีคุณภาพเกิดขึ้นอีกอย่างน้อย 990 รายในปี 2556 นี้


ผู้สื่อข่าว : ราชิดา ด่วนดี / สวท. ราชิดา ด่วนดี / สวท.


หน่วยงาน : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ที่มาของข่าว : นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ